UPDATE สถานการณ์น้ำท่วม และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย 13 กันยายน 2567

UPDATE สถานการณ์น้ำท่วม และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
13 กันยายน 2567


(red triangle button)กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานสถานการณ์อุทกภัย วันที่ 13 กันยายน 2567  ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 9 จังหวัด ดังนี้
1. จ.เชียงราย มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 6 อำเภอ 24 ตำบล 123 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.แม่สาย อ.เชียงของ อ.เมืองฯ อ.แม่จัน อ.แม่ฟ้าหลวง อ.เชียงแสน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 45,329 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย (จากเหตุดินถล่ม อ.แม่ฟ้าหลวง)
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ได้สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าให้ความช่วยเหลือนำรถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย 17 คัน เรือท้องแบน 17 ลำ สะพานแบรี่ 1 ชุด รถผลิตน้ำดื่ม 2 คัน รถยนต์บรรทุกเล็ก 4 ลำ รถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว 3 คัน รถไฟฟ้าส่องสว่าง 1 คัน เฮลิคอปเตอร์ KA-32 1 ลำ รวมถึงถุงยังชีพ 6,500 ชุด ปัจจุบันระดับน้ำลดลง
- อำเภอเมืองเชียงราย จัดตั้งศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือกรณีน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย ณ ศูนย์ OTOP บ้านขัวแคร่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เหล่ากาชาดเชียงรายตั้งโรงครัวที่วัดพระสิงห์ ผลิตข้าวกล่องได้ 3,000 กล่อง/วัน วัดห้วยปลากั้ง ผลิตได้ 800 - 1,000 กล่อง/วัน 
- อำเภอแม่สาย โรงครัวศูนย์บัญชาการเหตุการณ์พร้อมสนับสนุนข้าวกล่อง จำนวน 3,000 กล่อง/มื้อ ตั้งศูนย์พักพิงขององค์ปกครองส่วนท้อง เทศบาลตำบลแม่สาย ช่องทางที่ผู้ประสบภัยสามารถขอรับความช่วยเหลือสายด่วน ปภ. รับแจ้งเหตุ 1784 ตลอด 24 ชม.
- ในวันนี้ (13 ก.ย. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำหนดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอแม่สาย และมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

2. จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 2 อำเภอ 9 ตำบล 100 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.แม่อาย อ.ฝาง บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 14,216 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

3. จ.ตาก มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ 11 ตำบล 31 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.พบพระ อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 720 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

4. จ.สุโขทัย มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบ 361 ครัวเรือน (อำเภอกงไกรลาศ) ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

5. จ.พิษณุโลก มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ อ.เมืองฯ บ้านเรือน  576 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหาย ให้การช่วยเหลือยกสิ่งของขึ้นที่สูง และเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว
- (12 ก.ย. 67) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของ พระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ อ.เมืองฯ จ.พิษณุโลก จำนวน 755 ชุด

6. จ.เพชรบูรณ์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 2 อำเภอ 5 ตำบล 13 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.หนองไผ่ อ.ชนแดน บ้านเรือนได้รับผลกระทบรวม 49 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

7. จ.เลย มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ 8 ตำบล 15 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.ปากชม อ.เชียงคาน อ.ท่าลี่ อ.นาด้วง บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 570 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับ บาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว

8. จ.อ่างทอง แม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ ต.บางจัก ต.หัวตะพาน ต.สี่ร้อย อ.วิเศษชัยชาญ บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 346 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว

9. จ.พระนครศรีอยุธยา แม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอ 82 ตำบล 409 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.บางบาล อ.บางปะหัน อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางไทร บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 12,584 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว
 
(red triangle button)สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แจ้งเตือน!! ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ช่วงวันที่ 12 - 18 กันยายน 2567
• จ.เชียงราย บริเวณสถานีเชียงแสน อ.เชียงแสน ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประมาณ 0.50 - 0.70 เมตร ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง 3.40 เมตร
• จ.เลย บริเวณสถานีเชียงคาน อ.เชียงคาน ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประมาณ 3.00 - 3.60 เมตร และคาดว่าระดับน้ำจะมีแนวโน้มสูงกว่าตลิ่ง 0.50 - 1.50 เมตร ในช่วงวันที่ 13 - 16 ก.ย. 67
• จ.หนองคาย บริเวณสถานีหนองคาย อ.เมืองหนองคาย และ จ.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประมาณ 3.50 - 3.90 เมตร และคาดว่าระดับน้ำจะมีแนวโน้มสูงกว่าตลิ่ง 1.50 - 2.50 เมตร ในช่วงวันที่ 13 - 16 ก.ย. 67
• จ.นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประมาณ 2.00 - 2.60 เมตร ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง 0.50 - 1.30 เมตร

ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขง เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและท่วมขังบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขงและริมลำน้ำบางสาขาที่ไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงได้โดยสะดวก และประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบล่วงหน้า

(red triangle button)กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งประกาศฝนตกหนัก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง ตะวันออก ภาคใต้ 13 – 17 ก.ย. 67 จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมาก บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยในช่วงวันที่ 14 - 17 ก.ย. 67 บริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันและเวลาดังกล่าวนี้ไว้ด้วย


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
รายการยอดนิยม