สทนช.ประเมินสถานการณ์และระดับน้ำ โขง ชี มูลที่จะเพิ่มสูงขึ้น พร้อมส่งข้อมูลทำงานเชิงรุกป้องกันและแก้ไขผลกระทบน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยง สรุปตัวเลขพื้นที่น้ำท่วม มี 7 จังหวัดพร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เร่งค้นหาผู้สูญหาย 4 คน

วันนี้ (11 กันยายน 2567) เวลา 09.30น นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช) เป็นประธานการประชุมหน่วยบริหารจัดการน้ำ ครั้งที่ 8/2567
ณ ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครพนม จังหวัดนครพนม 
และการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเน้นย้ำว่า นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนและการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันและแก้ไขช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยและประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งในวันนี้ ได้พิจารณาเรื่องหลักคือการบริหารจัดการลุ่มน้ำโขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชี และแม่น้ำมูล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อมูลสภาพอากาศสถานการณ์ฝนและการคาดการณ์ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน และจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำใช้วิเคราะห์ รวมทั้งเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำในเชิงป้องกันตามศักยภาพที่ดำเนินการล่วงหน้า

“ ในภาพรวมลุ่มน้ำมูล ชี ได้มีการพร่องน้ำรองรับไว้แล้ว รวมทั้งกรมชลประทานได้จัดระบบจราจรน้ำมูลและน้ำชี และเสริมศักยภาพการรับปริมาณน้ำมูลและน้ำชีที่จะไหลไปรวมกันที่จังหวัดอุบลราชธานี ให้สามารถรองรับน้ำได้เพิ่มมากขึ้น ส่วนนัำโขงมีแนวโน้มเพิ่มระดับน้ำสูงขึ้น ซึ่งได้แจ้งที่ประชุมว่าเมืีอน้ำเยอะมาแบบนี้ หากน้ำในลำน้ำสาขาไหลออกสู่โขงไม่ได้ และคาดการณ์มีฝนตกเพิ่มขึ้น ซึ่งพื้นที่มีประสบการณ์อยู่แล้วก็สามารถนำข้อมูลไปทำงานในเชิงป้องกัน เช่น ชาวบ้านจะอยู่ได้มั้ย กรณีอยู่ไม่ได้ก็เตรียมศูนย์พักพิงรองรับการย้ายจากพื้นที่น้ำท่วมต่างๆไว้ เป็นต้น” เลขาธิการ สทนช กล่าว

ด้านสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(องค์การมหาชน) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รายงานสรุปว่า เมื่อวานนี้(10 กย]2567) ตรวจวัดปริมาณฝนตกที่มีปริมาณ 100-200 มิลลิเมตรในหลายสถานีวัดน้ำ รวมทั้ง ปริมาณฝนใตฝั่ง สปปล.ซึ่งเป็นผลจากพายุ“ยางิ” ที่ได้เคลื่อนผ่าน สปปล ทำให้มีปริมาณฝนตกลงแม่น้ำสาขา เช่น แม่น้ำทา และไหลลงสู่แม่น้ำโขง จะทำให้ระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นในอีกระยะ 3 วันข้างหน้า ตั้งแต่จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญและจังหวัดอุบลราชธานี จึงขอให้ประชาชนได้ติดตามเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่แจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์อุทกภัย ณ วันที่ 11 กันยายน 2567 ว่า ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา จำนวน 17 อำเภอ 97 ตำบล 450 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 14,328 ครัวเรือน ดังนี้

1. จ.เชียงราย เกิดฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ขุนตาล อ.พญาเม็งราย บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 1,276 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เบื้องต้นอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น

2. จ.เชียงใหม่ วันที่ 10 ก.ย. 67 เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ ต.ดอยแหลม อ.แม่อาย ส่งผลให้ดินถล่มปิดทับเส้นทางบ้านดอยแหลม-ปางต้นฆ้อง ไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ และบ้านเรือนประชาชนเสียหาย เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 2 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และมีผู้สูญหาย 4 ราย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือและเร่งดำเนินการค้นหาผู้สูญหาย

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ รายงาน ว่าศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนทุกอำเภอเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ประสานหน่วยทหารในพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่และเตรียมความพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ เครื่องจักรกล ยุทโธปกรณ์ กำลังพลพร้อมให้ความช่วยเหลือทันที ตลอด 24 ชั่วโมง เตรียมความพร้อมอากาศยานบินสำรวจตรวจสอบ และส่งกำลังบำรุง รวมถึงเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือ

3. จ.ตาก เบื้องต้นอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดเจ้าหน้าที่ และยานพาหนะ เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยแล้ว

4. จ.สุโขทัย เกิดเหตุน้ำกัดเซาะตลิ่งคันดินแม่น้ำยมขาด เข้าท่วมในพื้นที่ อ.กงไกรลาศ บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 361 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

5. จ.พิษณุโลก เกิดฝนตกหนักแม่น้ำยมล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ อ.เมืองฯ บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 576 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหาย ให้การช่วยเหลือยกสิ่งของขึ้นที่สูง และเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว

6. จ.อ่างทอง วันที่ 9 ก.ย. 67 เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำมากขึ้นทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ ต.บางจัก ต.หัวตะพาน ต.สี่ร้อย อ.วิเศษชัยชาญ บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 343 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว

7. จ.พระนครศรีอยุธยา เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำมากขึ้นทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอ 78 ตำบล 372 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.บางบาล อ.บางปะหัน อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางไทร บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 11,772 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว

///////////


image รูปภาพ
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
รายการยอดนิยม