พล.ต.อ. ธัธชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า
ในช่วงสถานการณ์วิกฤตน้ำมันขาดแคลนทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับมอบหมายให้ดูเรื่องสถานีบริการน้ำมัน ว่ามีการกักตุนเอาเปรียบ ประชาชนหรือไม่ ซึ่งจากการสุ่มสถานีบริการ ทั้งหมด 27 แห่ง และจ็อบเบอร์ 12 แห่ง พบว่ามี 6 แห่ง ที่น่าสงสัยและเชื่อว่ามีการกักตุนน้ำมัน
ส่วนพฤติกรรมนั้น ทางตำรวจตรวจพบว่าในคลังมีน้ำมันแต่จ่ายน้อยลง เช่น ปกติจะมีการจ่ายน้ำมันประมาณ 18 ล้านลิตรแต่ในช่วง มีนาคม จะลดลงเหลือ 11 ล้านลิตร แม้ที่ผ่านมาโรงกลั่นจะดำเนินการอย่างเต็มที่ 100% เข้าข่ายลักษณะของการเก็งกำไร
เช่นเดียวกับในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างที่ในช่วงสถานการณ์ปกติจะมีการจ่ายน้ำมันวันละ 2 ล้านลิตร แต่ในช่วง มี.ค.ที่ผ่านมามีการจ่ายเพียง 1.2 ล้านลิตรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังพบการสั่งน้ำมันแต่ไปลงภายนอก เช่นในภาคอุตสาหกรรม และ ภาคการเกษตร ซึ่งทำให้ได้กำไรทันทีลิตรละ 10 บาท เช่นส่งให้ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคเกษตรกรรม
“ในกรณีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร คือสั่งน้ำมันแต่ให้รถไปส่งให้ที่นครสวรรค์ พบมีการกักตุนอยู่บริเวณหลังปั๊มและเชื่อว่าจะมีพฤติกรรมลักษณะนี้อยู่หลายที่ ส่วนเรือประมงที่มีการเผยแพร่ผ่าร tiktok และอ้างว่าเป็นคนกัมพูชานั้น จากการตรวจสอบพบว่าเรือดังกล่าว เป็นเรือของคนไทย มีลูกเรือ 6 คน และสวมทะเบียน ชื่อโชคชนกร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและติดตามเจ้าของเรือ มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเป็นพฤติกรรมการจำหน่ายน้ำมันกลางทะเลหรือไม่” รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าว