นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีพบความผิดปกติในระบบขนส่งและกระจายน้ำมัน โดยระบุ พบมีการปฏิเสธจ่ายน้ำมันจากคลังขนาดใหญ่ไปยังสถานีบริการ รวมถึงพบพฤติกรรมขนส่งออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน และอาจมีการลักลอบขนถ่ายน้ำมันทางทะเล ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบและขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจพบความคลาดเคลื่อนของข้อมูลปริมาณน้ำมัน ระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล เช่น กรมเจ้าท่า และ กรมธุรกิจพลังงาน เทียบกับข้อมูลภาษีจาก กรมสรรพสามิต โดยจะใช้ฐานข้อมูลการเดินเรือของ ศรชล. ตรวจสอบเพิ่มเติม รวมถึงขยายผลการขนส่งทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
นายอนุทินย้ำว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายแสวงหากำไรเกินควรในช่วงวิกฤตพลังงานโลก ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระชดเชยราคากว่า 50,000 ล้านบาท และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนในบางช่วง
พร้อมประกาศชัดว่า “ไม่ว่าใครก็ตามที่เอาเปรียบประชาชนหรือบั่นทอนความมั่นคงทางพลังงานของชาติ หากตรวจพบ แม้มีอิทธิพลเพียงใด จะถูกดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดและเคร่งครัด”
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับไปดำเนินการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง ควบคู่มาตรการป้องกัน เพื่อคลี่คลายปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนต่อไป