คมนาคม เผยตัวเลขผลกระทบการเดินทางทางอากาศ จากเหตุตะวันออกกลาง เที่ยวบินถูกยกเลิก-ล่าช้า 584 เที่ยวบิน กระทบผู้โดยสารเกือบ 8 หมื่นราย พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือดูแลทุกมิติ
นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร แถลงการแถลงข่าว “ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง” ระบุว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยสั่งให้กระทรวงคมนาคมตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ให้หน่วยงานในสังกัด ที่ทำหน้าที่ดูแลทั้งทางอากาศ ทางบก ทางน้ำ และทางราง ติดตามและควบคุมใน 3 มิติ ได้แก่ รักษาคุณภาพการให้บริการ ราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรม และมิติความพร้อมการให้บริการ
พร้อมข้อสั่งการต่าง ๆ โดย กำชับให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด กรมท่าอากาศยาน หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลทางอากาศ ตรวจสอบให้สายการบิน คิดค่าโดยสาร และค่าขนส่งสินค้าทางอากาศให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้าง และสายการบินที่จำเป็นต้องจอดอากาศยานในประเทศไทยในกรณีที่ไม่สามารถทำการบินได้
ให้กรมเจ้าท่าและการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตรวจสอบผู้ประกอบการเดินเรือ ให้คิดค่าเรือในอัตราที่กำหนด กำกับติดตามราคาค่าระวางการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศตลอดเวลา
ให้กรมการขนส่งทางบกตรวจสอบผู้ประกอบการรถโดยสารทุกประเภท ให้คิดค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลมีมาตรการควบคุมอยู่ พร้อมประเมินอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ในภาคการขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะได้เป็นข้อมูลในการจัดทำมาตรการร่วมกับกระทรวงพลังงาน ในการจัดทานน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอ
และให้กรมการขนส่งทางราง ประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากความผันผวน ของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนของรถจักรที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพื่อบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า
พร้อมสรุปสถานการณ์ด้านการบิน ผลกระทบผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบิน ตั้งแต่ 28 ก.พ.-7 มี.ค.69 มีเที่ยวบินที่ยกเลิกและล่าช้า 584 เที่ยวบิน ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ 78,564 คน
ในส่วนของการขนส่งสินค้าทางน้ำ จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนเส้นทาง อ้อมแหลมกู๊ดโฮปทวีปแอฟริกา ซึ่งจะทำให้การเดินเรือใช้ระยะเวลาเพิ่มมากขึ้น 15 วันจากระยะเวลาปกติ