กระทรวงการต่างประเทศเรียกร้องให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงของตะวันออกกลางเร่งเดินทางออกโดยเร็วที่สุด หลังสถานการณ์ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน ยังพร้อมให้การช่วยเหลือคนไทยอย่างใกล้ชิด
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าว “ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)“ ณ ทำเนียบรัฐบาล ว่า สถานการณ์โดยรวมยังคงมีความรุนแรง โดยเฉพาะใน อิรัก และ เลบานอน ที่ยังถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการอพยพพลเรือนจำนวนมากและกลายเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรม
ขณะเดียวกัน ยังมีการโจมตีพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับ สหรัฐอเมริกา ทั้งฐานทัพและที่พักของชาวอเมริกันอย่างต่อเนื่อง โดยหลายประเทศในภูมิภาค ได้แก่ อิหร่าน, อิสราเอล, ซีเรีย, อิรัก, บาห์เรน, คูเวต, เลบานอน และ กาตาร์ ยังคงปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ ขณะที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดเที่ยวบินบางส่วนเพื่อระบายผู้โดยสารที่ตกค้าง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว
ล่าสุด คนไทยจำนวน 62 คนได้เดินทางออกจากกรุงเตหะรานแล้ว และคาดว่าจะเดินทางถึง ตุรกี ในวันนี้ (7 มีนาคม) ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งมีกำหนดออกเดินทางในวันที่ 10 มีนาคม โดยทีมเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศได้เดินทางไปยังตุรกีแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลคนไทยที่เดินทางออกจากอิหร่านอย่างใกล้ชิด