อีกหนึ่งการสร้างรายได้เสริมช่วงของเดือนรอมฎอนของพี่น้องไทยมุสลิมที่ ซอยจารูพัฒนา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ซึ่งนางกูรอซือหน๊ะ โต๊ะกูบาฮา (กะนะห์) ได้ปลูกอ้อยอินทรีย์ในเนื้อที่กว่า 4 ไร่ ที่อยู่ติดฝั่งตรงข้ามแม่น้ำปัตตานี ไว้ 2 สายพันธุ์ จำนวน 2 พันกอ คือ สายพันธุ์สายน้ำผึ้งและสายพันธุ์สุพรรณ 50 (ห้า-ศูนย์) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมปลูกและดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อปีกว่า 9 ตัน สร้างรายได้เข้าครอบครัวได้ตลอดทั้งปี แม้จะอยู่ในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
นายรอซาหลี สามะ เจ้าของร้านขายน้ำอ้อย เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนรอมฎอนของทุกปี น้ำอ้อยจะเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ดื่มแล้วดีต่อสุขภาพ ลดการอักเสบ ให้ความรู้สึกชุ่มคอ เติมพลังให้ร่างกายได้ทันที ขับปัสสาวะและบำรุงหัวใจและร่างกาย โดยจะวางขายในราคาถุงละ 20 บาท เริ่มขายตั้งเวลา 15.30 น. ไปจนถึงเวลา 18.30 น. ของทุกวัน
นอกจากนี้ ลูกค้าขาประจำและลูกค้าขาจรก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ชื่นชมรสชาติของน้ำอ้อย เพราะมีความหอมและหวานละมุ่นลิ้น (ไม่แสบคอ) ซึ่งทุกๆ เดือนรอมฎอนของทุกปีต้องมาซื้อน้ำอ้อยเก็บไว้ดื่มหลังเวลาแก้บวช ลดความกระหายน้ำและเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย และที่สำคัญคือ เป็นน้ำอ้อยแท้ 100% สด สะอาด ปลอดภัย ไร้สารเคมี (เป็นน้ำอ้อยอินทรีย์) ซึ่งดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค
ที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408093550507