นายวันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากสถิติจำนวนรถยนต์จำแนกตามอายุรถทั่วประเทศของกรมการขนส่งทางบก ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา ปัจจุบันประเทศไทยมีรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี ทุกประเภทรวมทั้งสิ้น 5,033,307 คัน หากรีไซเคิลซากรถจำนวน 5 ล้านคัน จะได้เหล็กประมาณ 6.55 ล้านตัน
ประเทศไทยมีกำลังการบริโภคเหล็กอยู่ที่ 19 ล้านตันต่อปี แบ่งเป็นการนำเข้า 12 ล้านตัน และผลิตเอง 7 ล้านตันและคาดว่าในระยะ 20 ปีข้างหน้า จำนวนรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี จะเพิ่มเป็น 16 ล้านคัน ซึ่งรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนานและขาดการบำรุงรักษาตามมาตรฐานเป็นสาเหตุหลักอย่างหนี่งของปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งประเทศไทยมีโรงงานถอดแยกชิ้นส่วนรถยนต์ แบบครบวงจรอยู่เพียง 2 แห่งในประเทศไทย ที่ดำเนินงานตั้งแต่การรวบรวมรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน การรื้อชิ้นส่วนยานพาหนะและการกำจัดของเสียที่เกิดขึ้นจากยานพาหนะที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากชิ้นส่วนรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ
กรอ. จึงผลักดันให้ธุรกิจชนิดนี้เกิดการขยายตัว เพื่อลดปริมาณการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศและเป็นการนำทรัพยากรจากการแยกซากรถมาหมุนเวียนให้กลายเป็นชิ้นส่วนที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม เช่น ยาง พลาสติกและโลหะที่เป็นเหล็ก เป็นต้น รวมทั้งเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่มีรถยนต์เก่านำรถยนต์มาทำลายอย่างถูกวิธีและกระตุ้นให้มีการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจโดยการซื้อรถยนต์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นำไปสู่การเกิดระบบจัดการซากรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพและอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทยต่อไป
ที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323110836964