นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุในหน่วยงานก่อสร้างขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากงานก่อสร้างนั้นเป็นลักษณะงานที่มีความเสี่ยงในเรื่องความไม่ปลอดภัยต่อการปฏิบัติงานของลูกจ้างและมีความเป็นอันตรายสูง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลในเรื่องของความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้าง จึงขอความร่วมมือนายจ้างลูกจ้างร่วมจัดมาตรการเชิงป้องกันและปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 เพื่อลดอัตราการประสบอันตรายจากกิจการงานก่อสร้าง พร้อมจัดมาตรการเชิงรุกด้านความปลอดภัยเพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุก่อสร้างให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังส่งพนักงานตรวจความปลอดภัยในการทำงาน เข้าตรวจสถานประกอบกิจการเพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยของลูกจ้างและทำความเข้าใจ สร้างการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยแก่นายจ้างลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ โดยเน้นย้ำให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎกระทรวงฯ เกี่ยวกับงานก่อสร้างและต้องแจ้งข้อมูลงานก่อสร้างก่อนเริ่มงานก่อสร้างไม่น้อยกว่า 15 วัน ดำเนินการให้พื้นที่ทำงานก่อสร้างมีความมั่นคงแข็งแรง รองรับน้ำหนักเครื่องจักร อุปกรณ์ และวัสดุในงานก่อสร้างได้อย่างปลอดภัย จัดให้มีผู้ควบคุมงานทำหน้าที่ตรวจความปลอดภัยในการทำงานก่อนการทำงานและขณะทำงานทุกขั้นตอน กำหนดบริเวณเขตก่อสร้าง โดยทำรั้วที่แข็งแรงสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร หรือกั้นเขตด้วยวัสดุที่เหมาะสมตามลักษณะงานและมีป้าย“เขตก่อสร้าง” แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งห้ามมิให้บุคคลซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในเขตก่อสร้าง
?อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 17 มีนาคม 2565 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจัดงานสัมมนานายจ้างในกิจการก่อสร้างเพื่อเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบกิจการในมาตรการด้านความปลอดภัยฯ ครั้งนี้ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและหยุดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของทั้งลูกจ้างและนายจ้างได้
หากนายจ้างและลูกจ้างมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานมาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัยในการทำงาน กองความปลอดภัยแรงงาน 0 2448 9128 – 39 ต่อ 303 – 305 หรือโทรสายด่วน 1506 กด 3 และ 1546
ที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307103647069