นางสุจารีย์ พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชสีมา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาอาชีพการเลี้ยงแพะให้ยั่งยืน มีผลผลิตที่มีคุณภาพเพียงพอต่อการบริโภค การตลาดและการแปรรูป รวมถึงส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ ซึ่ง “แพะขุน” นับเป็นสินค้าปศุสัตว์ทางเลือกที่น่าสนใจ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ปัจจุบันได้รับความนิยมเลี้ยงในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ สำหรับการค้าและบริโภค เนื่องจากเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ทนทานต่อทุกสภาพภูมิอากาศใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยและให้ผลตอบแทนเร็ว
ปัจจุบันภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นแหล่งผลิตแพะที่สำคัญรองจากภาคใต้และภาคกลาง โดยพบการเลี้ยงมากในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ โดยปี 2564 มีการเลี้ยงแพะเนื้อ รวม 4 จังหวัด 160,146 ตัว เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 86 เกษตรกรผู้เลี้ยง 6,583 ราย
จากการศึกษาวิจัยการผลิตและการตลาดแพะขุนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงแพะเนื้อมากที่สุด ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 พบเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงแพะพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เพื่อผลิตลูกแพะสำหรับขุนเอง โดยน้ำหนักแพะขุนที่เกษตรกรนิยมจำหน่ายคือ ไม่เกิน 20 กิโลกรัม/ตัว เนื่องจากได้รับราคาสูง และใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงสั้น ทั้งนี้ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 1,416 บาท/ตัว โดยแม่พันธุ์ 1 ตัว โดยใน 1 ปี แม่พันธุ์สามารถให้ลูกได้ 1-2 รุ่น (รุ่นละ 1-2 ตัว) สำหรับแพะเพศเมีย จะเริ่มผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุ 8 เดือน และให้ลูกประมาณ 5 ปี จึงปลดระวาง ซึ่งเกษตรกรเลี้ยงแพะขุนได้ประมาณ 4 เดือน ก็สามารถจำหน่ายให้กับพ่อค้าได้ ในราคาเฉลี่ย 2,151 บาท/ตัว หรือ 98 บาท/กิโลกรัม ได้กำไร 735 บาท/ตัว หรือ 33 บาท/กิโลกรัม นอกจากนี้ เกษตรกรยังมีรายได้จากการจำหน่ายมูลแพะ เฉลี่ย 10 บาท/ตัว
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ราคาจำหน่าย แพะขุนต่ำกว่าปีที่ผ่านมาแต่ปริมาณการผลิตแพะขุนของเกษตรกรยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด อีกทั้งความต้องการของตลาดแพะขุนยังมีมาก ที่สำคัญแพะขุนเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย โตไว ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย ไม่ต้องจ้างแรงงานภายนอก เกษตรกรสามารถดำเนินการได้เองในครัวเรือน รวมถึงมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ จึงนับว่าการเลี้ยงแพะขุน เป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน สามารถทำได้เป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมได้
ที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121105039759