วันนี้ (27 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณหมู่บ้านพงษ์เพชร จังหวัดนนทบุรี เพื่อรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง พร้อมมอบสิ่งของยังชีพแก่ผู้ประสบภัย และรวบรวมความต้องการเร่งด่วนของพื้นที่เพื่อนำไปรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เวลา 14.00 น. วันนี้ ซึ่งมีวาระหารือเรื่องการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมโดยเฉพาะ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือตรงกับความจำเป็นของประชาชนแต่ละพื้นที่
นางสาวลลิดา กล่าวว่า นางสาวศุภมาสได้ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณสะพานหน้าหมู่บ้านพงษ์เพชร ก่อนขึ้นรถยกสูงสำรวจพื้นที่ภายในหมู่บ้าน เยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยบริเวณหน้าตลาดแสงจันทร์ พบปะประชาชนและมอบสิ่งของยังชีพ รวมถึงมอบสิ่งของผ่านประธานชุมชนเพื่อนำไปช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ก่อนติดตามการทำงานบริเวณจุดสูบน้ำ
นางสาวศุภมาส ระบุว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และกำชับทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการช่วยเหลือประชาชนเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็ก การลงพื้นที่จึงมุ่งสำรวจสภาพปัญหาจริง ทั้งจุดที่ต้องเร่งระบายน้ำและเสริมกระสอบทราย การจัดรถหรือเรือรับส่ง รวมถึงการนำอาหาร น้ำดื่ม ยาประจำตัว และสิ่งของจำเป็นเข้าไปให้ถึงครอบครัวที่ยังไม่สามารถออกจากบ้านได้
“การช่วยเหลือประชาชนต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องรอให้รัฐมนตรีลงพื้นที่ ต้องดูให้ชัดว่าประชาชนเดือดร้อนเรื่องใด ความช่วยเหลือถึงแล้วหรือยัง และยังขาดอะไร โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้ป่วยหรือผู้ที่ไม่สามารถออกมารับสิ่งของได้ ต้องนำความช่วยเหลือเข้าไปให้ถึง หากพื้นที่ขาดกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เรือ หรืออุปกรณ์ที่จำเป็น ให้แจ้งเข้ามาเพื่อเร่งประสานส่วนกลางและติดตามจนประชาชนได้รับความช่วยเหลือ” นางสาวศุภมาส กล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้ระดมการทำงานจากหลายหน่วยงานเพื่อรับมือสถานการณ์ โดยกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังและแจ้งเตือนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมกำลังฝ่ายปกครองและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนช่วยอพยพประชาชนและจัดศูนย์พักพิง ขณะที่กรมชลประทานบริหารการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา กระจายน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่ง และเร่งระบายน้ำลงอ่าวไทยผ่านประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ส่วนกรมทรัพยากรน้ำสนับสนุนเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
ด้านกระทรวงกลาโหมระดมกำลังพลกว่า 10,000 นาย และรถกว่า 1,000 คัน สนับสนุนพื้นที่ประสบภัย รวมถึงช่วยรับส่งประชาชนที่ติดค้างบริเวณปากเกร็ด กระทรวงคมนาคมติดตามเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ พร้อมจัดทำป้ายเตือนและเส้นทางเลี่ยง ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เตรียมการอพยพกลุ่มเปราะบางและพื้นที่พักพิง ส่วนกระทรวงสาธารณสุขเตรียมยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ เพื่อให้สถานพยาบาลสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลยังติดตามการดูแลชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเตรียมความพร้อมด้านน้ำประปา สินค้าอุปโภคบริโภค การเดินทาง การศึกษา และการฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมประสานทีมช่างเพื่อสนับสนุนการตรวจและซ่อมแซมบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ติดตามปริมาณและราคาสินค้าจำเป็น พร้อมรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569
นางสาวศุภมาสได้รับมอบหมายให้กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค 9 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว โดยให้แต่ละจังหวัดรายงานปัญหาและความต้องการเป็นรายพื้นที่ พร้อมติดตามว่าความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนครบถ้วนหรือไม่ ทั้งนี้ ในวันที่ 28 กันยายน 2569 มีกำหนดลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังความเดือดร้อน และประสานการแก้ไขปัญหาทั้งด้านการระบายน้ำ การเดินทางเข้าออกชุมชน และการสนับสนุนสิ่งของจำเป็น
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนการสื่อสารข้อมูลกับประชาชน นางสาวศุภมาสได้กำชับกรมประชาสัมพันธ์ให้เชื่อมโยงข้อมูลกับจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน และกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อรายงานสถานการณ์ฝนและน้ำ พื้นที่เสี่ยง เส้นทางสัญจร จุดพักพิง และช่องทางขอความช่วยเหลืออย่างถูกต้องและทันการณ์ พร้อมใช้ทั้งสื่อออนไลน์ สถานีวิทยุ หอกระจายข่าว และเครือข่ายชุมชน เพื่อให้ข้อมูลเข้าถึงผู้สูงอายุและประชาชนที่ไม่ได้ใช้สื่อออนไลน์ด้วย
ทั้งนี้ กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดรายการพิเศษทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT เพื่อรายงานสถานการณ์และรับแจ้งเหตุน้ำท่วม ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลและขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 02 275 4016, 02 275 4035, 092 246 8705, 092 246 8735 และ 092 246 8739 รวมถึงติดตามข้อมูลผ่าน NBT 2HD, NBT Connext สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด หากได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ LINE “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” ที่ @1784DDPM โดยระบุพิกัด จำนวนผู้ประสบภัย และความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดกำลังและอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือได้ตรงกับสถานการณ์