วันนี้ (27 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตกอย่างใกล้ชิด โดยนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคแทนนายกรัฐมนตรี พื้นที่เขตตรวจราชการที่ 3 และเขตตรวจราชการที่ 4 รวมทั้งในฐานะประธานอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำแม่กลองและเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถประสานการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ในพื้นที่
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ข้อสั่งการดังกล่าวมีขึ้นจากสถานการณ์ฝนตกหนักระหว่างวันที่ 23–30 กันยายน 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะช่วงวันที่ 26–30 กันยายน 2569 ที่คาดว่ากลุ่มฝนจะเคลื่อนตัวไปทางด้านตะวันตก ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักและอาจมีฝนตกหนักมากบางแห่ง จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและเตรียมความพร้อมในการรับมือ
นายนภินทรได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ติดตามและรายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำในภาพรวม รวมถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ให้ทราบเป็นประจำทุกวัน เพื่อใช้ประกอบการประเมินสถานการณ์และการสั่งการในพื้นที่
ขณะเดียวกัน ได้กำชับจังหวัดที่อยู่ภายใต้การกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ได้แก่ เขตตรวจราชการที่ 3 ประกอบด้วย กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี และเขตตรวจราชการที่ 4 ประกอบด้วย สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง และเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ให้รายงานสถานการณ์ประจำวันในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับกรณีเกิดสาธารณภัยในพื้นที่ ให้จังหวัดรายงานสถานการณ์โดยเร่งด่วน เพื่อให้นายนภินทรสามารถสั่งการและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือประชาชนได้โดยเร็ว ลดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และการดำเนินชีวิตของประชาชนให้ได้มากที่สุด
“รัฐบาลกำชับให้ทุกพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีฝนตกหนัก การรายงานข้อมูลที่รวดเร็วและต่อเนื่องจะช่วยให้สามารถประเมินสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือได้ทันทีหากเกิดเหตุ ขอให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก” นางสาวลลิดา กล่าว