สทนช. ปรับแผนรับมือน้ำ ลดระบายเขื่อนใหญ่–คุมเจ้าพระยา เร่งผันน้ำเข้าทุ่งลดผลกระทบ
วันที่ 26 กันยายน 2569 นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะโฆษก สทนช. เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดพื้นที่เสี่ยงว่า ช่วงวันที่ 26–27 ก.ย. ภาคกลาง กทม.–ปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ยังมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากบางแห่ง ต้องเฝ้าระวังฝนเติมในพื้นที่น้ำท่วมและพื้นที่มีฝนสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและจุดน้ำท่วมซ้ำซาก
ที่ประชุมจึงปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เสี่ยงเป็นรายลุ่มน้ำ โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้ ลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ เพื่อบรรเทาผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำ
ขณะที่ปริมาณน้ำผ่านสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 1,827 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานเสนอกรอบระบายเขื่อนเจ้าพระยา 2,000–2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่จะ ควบคุมการระบายจริงไม่เกิน 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมรับน้ำออกฝั่งซ้ายและขวารวม 512 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
พร้อมเดินหน้าผันน้ำเข้าทุ่งรับน้ำ 5 แห่ง ได้แก่ ทุ่งป่าโมก ทุ่งผักไห่ ทุ่งบางบาล ทุ่งบางกุ้ง และทุ่งเชียงราก โดยวันนี้เพิ่มการรับน้ำอีก 17 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีน้ำสะสมในทุ่งแล้ว 187 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 20% ของความจุ
ส่วนลุ่มน้ำแม่กลองและเพชรบุรี–ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงติดตามปริมาณน้ำเข้าเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งยังคงอัตราระบายน้ำ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เขื่อนแก่งกระจานจะควบคุมระดับน้ำให้อยู่ประมาณ 85–89% ของความจุ และจะประเมินสถานการณ์เขื่อนวชิราลงกรณอีกครั้งเพื่อพิจารณาการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์
สทนช. ได้ประสานจังหวัดและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือและแจ้งข้อมูลประชาชนล่วงหน้า พร้อมประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
#สทนช #บริหารจัดการน้ำ #ลุ่มน้ำเจ้าพระยา #เขื่อนเจ้าพระยา #เขื่อนภูมิพล #เขื่อนสิริกิติ์ #ผันน้ำเข้าทุ่ง #สถานการณ์น้ำ #น้ำท่วม2569