“ชัชชาติ” เผย กทม.ฝนสะสมกว่า 300 มม. สถานการณ์ทรงตัว คาดฝนลดลงช่วยระบายน้ำคลี่คลายภายใน 2 - 3 วัน พร้อมถอดบทเรียนพัฒนาระบบพยากรณ์

“ชัชชาติ” เผย กทม.ฝนสะสมกว่า 300 มม. สถานการณ์ทรงตัว คาดฝนลดลงช่วยระบายน้ำคลี่คลายภายใน 2 - 3 วัน พร้อมถอดบทเรียนพัฒนาระบบพยากรณ์

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร (ดินแดง) โดยระบุว่า กรุงเทพมหานครเผชิญสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2569 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ปริมาณฝนสะสมในหลายพื้นที่สูงกว่า 300 มิลลิเมตร ถือเป็นปริมาณฝนที่อยู่ในระดับสูงมาก และมีลักษณะใกล้เคียงกับเหตุการณ์ฝนตกหนักจากพายุในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน

นายชัชชาติ กล่าวว่า พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะบริเวณมีนบุรี คลองสามวา มีปริมาณฝนสะสมอยู่ในระดับประมาณ 300 มิลลิเมตร โดยในช่วงแรกของสถานการณ์ฝนตกหนักจะเกิดขึ้นเป็นหลักในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ก่อนที่ในวันที่สองจะขยายวงกว้างครอบคลุมหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และมีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่โดยรอบ ทั้งนนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ จากปริมาณฝนที่ตกสะสมในช่วงเวลาประมาณ 1 วันครึ่ง ส่งผลให้กรุงเทพมหานครประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

นายชัชชาติ กล่าวว่า จากการประเมินร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าหย่อมความกดอากาศต่ำซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เริ่มเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกและขยับขึ้นไปทางเหนือ ส่งผลให้แรงกดดันต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครมีแนวโน้มลดลง โดยในช่วงเช้าวันเดียวกัน กรุงเทพมหานครได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำ และตำรวจ เพื่อประเมินสถานการณ์ โดยข้อมูล ณ เวลาประมาณ 10.00 น. พบว่าหย่อมความกดอากาศต่ำเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นด้านบนและเบี่ยงไปทางทิศตะวันตก ทำให้คาดว่าปริมาณฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะค่อยๆลดลง

ทั้งนี้ แบบจำลองการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ในช่วงบ่ายของวันนี้ ปริมาณฝนจะเริ่มเบาบางลง โดยช่วงประมาณ 14.00 - 15.00 น. ฝนจะลดระดับลง และหลังจากนั้นมีแนวโน้มเบาลงต่อเนื่อง หากเป็นไปตามการคาดการณ์ดังกล่าว จะช่วยให้กรุงเทพมหานครสามารถเร่งระบายน้ำที่ตกค้างในพื้นที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปัจจุบันปริมาณฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อพื้นที่ฝั่งพระนครเป็นหลัก ขณะที่ฝั่งธนบุรีได้รับผลกระทบน้อยกว่า โดยพื้นที่ฝั่งพระนครมีปริมาณน้ำฝนประมาณ 223 ล้านลูกบาศก์เมตร

ขณะที่กรุงเทพมหานครมีศักยภาพในการสูบน้ำประมาณ 1,000 - 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากฝนหยุดตกและไม่มีปริมาณน้ำใหม่เข้ามาเติมในระบบ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันในการระบายน้ำที่ตกค้างออกจากพื้นที่ ในช่วงแรกอาจยังมีน้ำจากพื้นที่โดยรอบไหลเข้ามาเติม หรือที่เรียกว่าไซด์โฟลว์ ทำให้ระดับน้ำอาจยังไม่ลดลงทันที แต่เมื่อปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาเติมลดลง จะสามารถเห็นระดับน้ำลดลงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นายชัชชาติกล่าวว่า ปัญหาสำคัญคือคลองในหลายพื้นที่มีระดับน้ำสูงและอยู่ในภาวะวิกฤต โดยจากการติดตามระดับน้ำในคลอง ยกเว้นบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่กรุงเทพมหานครมีศักยภาพในการสูบน้ำสูง ทำให้สถานการณ์บริเวณริมแม่น้ำยังไม่อยู่ในระดับวิกฤตมากนัก

น้ำจากพื้นที่ด้านในยังต้องใช้เวลาเดินทางมายังสถานีสูบน้ำ จึงจำเป็นต้องทยอยสูบน้ำออกอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้สถานีสูบน้ำทุกแห่ง รวมถึงอุโมงค์ระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินเครื่องอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยฝั่งพระนครมีความสามารถในการสูบน้ำประมาณ 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

กรุงเทพมหานครได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำ เพื่อบริหารปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่อาจไหลเข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยมีแนวทางให้ระบายน้ำผ่านคลองรังสิตออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรงมากที่สุด เพื่อไม่ให้น้ำไหลผ่านเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ส่วนบางพื้นที่อาจมีน้ำไหลไปทางคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต แต่จะพยายามบริหารจัดการไม่ให้ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครมากนัก ขณะที่สมุทรปราการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักเช่นเดียวกัน ยังมีระดับน้ำสูง จึงมีข้อจำกัดในการช่วยรับน้ำจากกรุงเทพมหานคร เช่นเดียวกับพื้นที่นนทบุรีและปทุมธานีที่มีปริมาณน้ำมากและอยู่ระหว่างเร่งระบายออกด้านข้าง โดยทุกหน่วยงานจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาระบายน้ำบางส่วนไปทางจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะบริเวณคลองแสนแสบ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในภาวะวิกฤต

สำหรับพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่คลองมีระดับน้ำสูงจนเอ่อล้นเข้าสู่ถนนและชุมชน ได้แก่ คลองเปรมประชากร ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ดอนเมือง คลองลาดพร้าว ซึ่งกระทบพื้นที่เสนา วังหิน และพหลโยธิน และคลองแสนแสบ ซึ่งกระทบพื้นที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่และเอกมัย รวมถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองพระโขนง ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่สวนหลวง พัฒนาการ และลาดกระบัง นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ริมคลองทวีวัฒนา ซึ่งแม้จะไม่ส่งผลกระทบต่อถนนในวงกว้าง แต่มีบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบและจำเป็นต้องยกสิ่งของขึ้นที่สูง

มีถนนอย่างน้อย 13 สาย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังและระดับน้ำในคลอง ประกอบด้วย ถนนเอกมัย ซึ่งมีปัญหาระบบสูบน้ำที่ระบายน้ำจากเอกมัยลงคลองแสนแสบ เนื่องจากบริเวณจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำมีน้ำท่วม ทำให้ต้องหยุดใช้งานเครื่องสูบบางส่วน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำ แยกพงษ์เพชร ถนนงามวงศ์วาน ถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงจตุจักรถึงการบินไทย ถนนรามคำแหง บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งได้รับแรงดันจากคลองแสนแสบ ถนนลาดกระบัง ช่วงแยกกิ่งแก้ว ซึ่งได้รับผลกระทบจากคลองประเวศ ถนนเสนานิคม ได้รับผลกระทบจากคลองลาดพร้าว ถนนแจ้งวัฒนะ ช่วงแยกหลักสี่ถึงทางด่วน ซึ่งได้รับผลกระทบจากคลองเปรมประชากร โดยบางจุดมีน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ถนนศรีนครินทร์ ถนนดินแดง ช่วงดินแดงถึงแยกอโศก ถนนพหลโยธิน ช่วงสะพานควายถึงซอยอารีย์ ถนนสุวินทวงศ์ ช่วงมีนบุรีถึงวัดแสนสุข ถนนรัชดาภิเษกและถนนลาดพร้าว บริเวณแยกรัชดา - ลาดพร้าว

นอกจากนี้ ยังมีน้ำท่วมขังเป็นจุดย่อยในพื้นที่ต่างๆ อีกหลายแห่ง กรุงเทพมหานครจึงขอให้ประชาชนตรวจสอบสถานการณ์ผ่านเว็บไซต์และช่องทางข้อมูลการจราจรของกรุงเทพมหานคร โดยจุดที่แสดงสถานะวิกฤตหรือมีการจราจรติดขัดอย่างผิดปกติ ขอให้ประชาชนพิจารณาว่าอาจมีสาเหตุจากน้ำท่วมขัง และหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนส่วนใหญ่เป็นบ้านเรือนและชุมชนริมคลอง ซึ่งเมื่อน้ำในคลองมีระดับสูงและเอ่อล้น จะไหลเข้าสู่บ้านเรือนประชาชน ขณะนี้กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 233 แห่ง ส่วนใหญ่ใช้โรงเรียนในพื้นที่เป็นสถานที่พักพิง เนื่องจากอยู่ใกล้ชุมชนและสามารถรองรับประชาชนได้สะดวก ปัจจุบันมีประชาชนเข้าพักในศูนย์พักพิงประมาณ 981 คน ขณะที่ศูนย์พักพิงทั้งหมดสามารถรองรับประชาชนได้ประมาณ 15,000 คน

สำหรับกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กรุงเทพมหานครได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วประมาณ 36 คน ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาล เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือทางการแพทย์และเครื่องช่วยหายใจ กรุงเทพมหานครยังได้รับการสนับสนุนรถสำหรับขนย้ายประชาชนจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงทหารและหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนเรือสำหรับลำเลียงประชาชน โดยจะให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ยังติดค้างในพื้นที่เป็นลำดับแรก

นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีข้อมูลกลุ่มผู้เปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ เนื่องจากศูนย์บริการสาธารณสุขมีการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเป็นประจำ จึงสามารถนำข้อมูลมาใช้ในการติดตามและให้ความช่วยเหลือได้ โดยจะทยอยนำประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะดำเนินการได้ไม่เกินวันพรุ่งนี้

ด้านการดูแลประชาชน กรุงเทพมหานครประเมินว่าในภาพรวมยังไม่มีปัญหาขาดแคลนอาหาร เนื่องจากข้อจำกัดในการเดินทางส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณชุมชนริมคลอง ขณะที่ถนนสายหลักยังมีเส้นทางทางเลือกในการเดินทาง กรุงเทพมหานครได้กำชับให้ทุกสำนักงานเขตจัดตั้งครัวกลาง เพื่อประกอบอาหารและนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่บ้านได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและไม่สามารถประกอบอาหารหรือออกไปจัดหาอาหารได้ตามปกติ

ส่วนประชาชนที่ต้องการกระสอบทรายสามารถติดต่อสำนักงานเขตในพื้นที่ได้ โดยหากสามารถเดินทางมารับเองได้ สามารถติดต่อรับกระสอบทรายที่สำนักงานเขต แต่หากประชาชนไม่สามารถเดินทางได้ สามารถรวมความต้องการในชุมชนและแจ้งสำนักงานเขตเพื่อจัดส่งให้ได้

สำหรับกรณีผู้ป่วยติดเตียงหรือเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ ขอให้ประชาชนโทรศัพท์หมายเลข 1669 ส่วนการขอความช่วยเหลือทั่วไป การแจ้งปัญหาน้ำท่วม การขอกระสอบทราย หรือเหตุเดือดร้อนในพื้นที่ สามารถติดต่อสำนักงานเขตโดยตรง หรือโทรศัพท์หมายเลข 1555 ซึ่งเป็นช่องทางรับเรื่องของกรุงเทพมหานครและ Traffy Fondue เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการต่อไป

สำหรับประชาชนที่กังวลว่าฝนจะตกหนักเพิ่มเติมและอาจส่งผลกระทบต่อรถยนต์ กรุงเทพมหานครได้ประสานหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ เพื่อเปิดพื้นที่จอดรถชั่วคราว โดยประชาชนสามารถนำรถไปจอดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในพื้นที่ที่กำหนด ได้แก่ อาคารจอดแล้วจรของ รฟม. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะบริเวณหลักสี่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขา เดอะมอลล์ทุกสาขา แฟชั่นไอส์แลนด์ และโลตัส โดยรายละเอียดของแต่ละพื้นที่สามารถตรวจสอบได้จากช่องทางประชาสัมพันธ์ของกรุงเทพมหานคร

นายชัชชาติ กล่าวว่า หากประชาชนยังไม่มั่นใจในสถานการณ์หรือเห็นว่าฝนตกหนักขึ้น ควรนำรถไปจอดในพื้นที่ปลอดภัยก่อน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ในส่วนของการเดินทางและการทำงานในวันจันทร์นี้ กรุงเทพมหานครเตรียมขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่มีภารกิจจำเป็นในการให้บริการประชาชนปฏิบัติงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home เพื่อลดปริมาณการเดินทางและบรรเทาปัญหาการจราจร ส่วนโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร จะพิจารณาให้หยุดเรียนในวันจันทร์ แม้ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการสอบและยังไม่ถึงช่วงปิดภาคเรียน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระการเดินทางของนักเรียน ผู้ปกครอง และครู รวมถึงช่วยลดปริมาณการจราจรบนท้องถนน

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครคาดหวังว่าสถานการณ์ฝนและน้ำจะมีแนวโน้มคลี่คลาย หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมตามที่คาดการณ์ ภาพรวมขณะนี้สถานการณ์อยู่ในระดับทรงตัว และหากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถทยอยคลี่คลายได้ หากมีฝนตกลงมาเพิ่มเติม อาจส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากกรุงเทพมหานครไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่าฝนจะตกลงมาในพื้นที่ใดและมีปริมาณมากน้อยเพียงใด จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากพบว่าฝนตกหนักขึ้นหรือสถานการณ์เริ่มมีความเสี่ยง ควรเคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่า รถยนต์ และทรัพย์สินไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัยก่อน โดยเฉพาะพื้นที่ที่กรุงเทพมหานครได้กำหนดให้เป็นจุดรองรับรถยนต์ชั่วคราว

นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงการใช้แบบจำลองเพื่อประเมินสถานการณ์น้ำท่วมว่า กทม.เคยจัดทำแบบจำลองสถานการณ์ฝนตกหนักประมาณ 300 มิลลิเมตร เพื่อประเมินว่าหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างไร แต่สถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อนแตกต่างจากแบบจำลอง เนื่องจากปัจจัยด้านปริมาณฝน ลักษณะพื้นที่ การไหลของน้ำ และความสามารถในการระบายน้ำในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งสถานการณ์จริงไม่ได้ท่วมเป็นวงกว้างและเป็นรูปแบบเดียวกับแบบจำลองที่เคยจัดทำไว้ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญ

#กรมประชาสัมพันธ์ #กรุงเทพมหานคร #น้ำท่วม #อุทกภัย


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar