นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team หรือ SAT) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย พร้อมด้วยธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดี ปภ. โดยเป็นการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับ ปภ.จังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย
นายนิรัตน์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้กำลังใจผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ปฏิบัติงาน หัวหน้างานและข้าราชการทุกคน พี่เหนื่อยและอดหลับอดนอนในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้ติดตามและสั่งการตลอด พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด 11 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกมาติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ออกไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย รวมถึงต้องไปดูในพื้นที่ที่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจถึงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดของตัวเอง และให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดกระจายข่าวให้ประชาชนได้รับรู้ว่ารัฐบาลสนับสนุนคนมหาดไทยทีมผู้ว่าราชการจังหวัดและทุกหน่วยงานที่ทำงานให้ประชาชน ทั้งนี้ ปภ.จังหวัดทุกจังหวัดต้องอัพเดทสถานการณ์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับรู้ความคืบหน้าเป็นระยะ ทั้งจุดเสียงในพื้นที่จังหวัดของตัวเอง ว่ามีปริมาณน้ำคงเดิมหรือมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ผู้ว่าฯ ต้องรู้ถึงความรุนแรงของสถานการณ์ในพื้นที่ว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง นอกจากนี้ต้องจัดลำดับกลุ่มเป้าหมายอย่างเร่งด่วน เน้นช่วยชีวิตก่อน โดยเฉพาะกลุ่มติดเตียงกลุ่มเปราะบางต้องช่วยออกมาก่อน หลังช่วยแล้วต้องรู้วิธีแก้ไขสถานการณ์ และลดความเสี่ยงในแต่ละจุด เรามีแผนที่เคยฝึกซ้อมกันมาแล้ว ต้องนำออกมาใช้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยเป็นลำดับแรกและรวดเร็วที่สุด หากติดขัดจะต้องแจ้งมายังปภ.
ด้านนายธีระพัฒน์ กล่าวว่า ได้มีการประชุมในพื้นที่เขตต่างๆเพื่อนำเครื่องจักรไปเตรียมความพร้อมไว้ โดยเฉพาะพื้นที่จ.สระแก้ว ที่ต้องเร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ และต้องช่วยดูแลในเรื่องของเฟคนิวส์ ว่าเป็นข้อเท็จจริงอย่างไรและชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจข้อมูลที่ตรงกัน โดยในวันพรุ่งนี้นายกรัฐมนตรีจะเข้ามาติดตามสถานการณ์ที่ ปภ. จึงขอให้ ปภ. ทุกจังหวัดรายงานสถานการณ์ต่อเนื่องรายงานสถานการณ์ต่อผู้ว่าฯ เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุม
จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วได้รายงานสถานการณ์ว่า ในพื้นที่จังหวัดสระแก้วถูกน้ำท่วม 7 อำเภอ มี 2 อำเภอที่ไม่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างลำเลียงกลุ่มเปราะบางมายังศูนย์พักพิง และลำเลียงผู้ป่วยติดเตียง ไปยังโรงพยาบาล
ด้านนายประสงค์ ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ปภ.กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการคาดการณ์สภาพอากาศ ในช่วงระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน ยังคงมีฝนตกหนัก ตั้งแต่ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดตาก เพชรบูรณ์ อุทัยธานี และนครสวรรค์ ส่วนภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรีตราดระยองและชลบุรี ภาคกลางเน้นย้ำในพื้นที่จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ส่วนภาคอีสาน จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์
ส่วนภาคกลางมี 2 ส่วนที่จะต้องมีการเฝ้าระวัง เนื่องจากสถานีวัดน้ำ C.2 นครสวรรค์ ปล่อยน้ำเกินในปริมาณ 1,900 ลบ. ต่อวินาที ฉะนั้นพื้นที่ 10 จังหวัดที่เคยเตือนภัยไปแล้ว ต้องเฝ้าระวังและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ในส่วนของฝั่งตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรี ซึ่งในวันที่ 26 และ 27 กันยายน ยังคงมีฝนตก และวันที่ 28 -29 กันยายน จะเริ่มเบาบางลง ส่วนวันที่ 30 กันยายนถึงวันที่ 1 ตุลาคม สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น โดยปัจจุบันมีการแจ้งเตือน แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1 ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาลุ่มแม่น้ำท่าจีน ได้ส่งข้อความผ่านเซลล์บอทแคส ทั้งจังหวัดสุพรรณบุรี อยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ปทุมธานี ให้มีการเฝ้าระวัง ส่วนที่ 2 เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่อง 2 วัน โดยในวันนี้ในช่วงเช้า ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดนนทบุรี และในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็มีการแจ้งเตือนในช่วงเวลา 09.26 น. ขณะที่ปัญหาน้ำหลากในจังหวัดนครราชสีมา ปราจีนบุรีนครนายกและตราด ยังต้องมีการเฝ้าระวัง แม้จะมีการแจ้งเตือนหลายครั้งแล้วแต่ต้องติดตามสถานการณ์และประสานสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ข่าว ลีลีญา อุปพงค์ nbt