วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) เวลา 12.00 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ประตูระบายน้ำหน้าควน (คลองภูมินาถดำริ) ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อสำรวจพื้นที่ รับฟังปัญหา ติดตามแผนงานระบบป้องกันอุทกภัยเมืองหาดใหญ่ พร้อมรับฟังผลการดำเนินงานซ่อมแซมคลอง ร.1 ก่อนพบปะประชาชนในพื้นที่
นายกรัฐมนตรีรับฟังรายงานการเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ โดยอธิบดีกรมชลประทานยืนยันว่า กรมชลประทานดำเนินโครงการฟื้นฟูโครงสร้างที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือฤดูน้ำหลากปี 2569 ครอบคลุมการขุดลอกคลอง 7 สายและซ่อมแซมอาคารชลประทานที่ได้รับความเสียหาย จะแล้วเสร็จก่อนเดือนตุลาคม 2569 พร้อมให้ความมั่นใจว่าโครงสร้างบริหารจัดการคลอง ร.1 จะสามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน และระบายน้ำได้ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ภายหลังรับฟังรายงานฯ นายกรัฐมนตรีพบปะพี่น้องประชาชน พร้อมกล่าวว่า การประชุม ครม. นอกสถานที่ครั้งแรกของรัฐบาลนี้ ที่จังหวัดสงขลา เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญของจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญและเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของประชาชน รัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากอุทกภัยและภัยธรรมชาติต่าง ๆ รวมถึงมีความสะดวกในการประกอบอาชีพ เนื่องจากพื้นที่นี้มีความสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม อีกทั้งยังกระจายความเจริญไปยังจังหวัดอื่น ๆ
เรื่องแรกที่ต้องการติดตามด้วยตนเองคือการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีความมั่นคงแข็งแรงเพียงพอ ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะติดตามทั้งเรื่องน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการซ่อมแซมคลองและความพร้อมของระบบระบายน้ำ โดยรัฐบาลอนุมัติงบประมาณฯ ฟื้นฟูระบบชลประทานใน 5 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยปี 2568
“คณะรัฐมนตรีได้มาติดตามความคืบหน้าตามที่ได้สั่งการไว้ โดยยึดหลักการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า จากบทเรียนที่ผ่านมา ทำให้ทราบจุดคอขวด จุดที่ระบายน้ำได้ช้า และจุดที่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงเร่งจัดการขยะ วัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อให้เส้นทางน้ำพร้อมใช้งาน โดยทุกหน่วยงานต้องจัดให้เส้นทางระบายน้ำมีความพร้อม“
นายกรัฐมนตรี กำชับว่าข้อมูลทุกหน่วยงานต้องบูรณาการร่วมกัน ทั้งข้อมูลปริมาณฝน ปริมาณน้ำ และสภาพอากาศให้เป็นข้อมูลที่ตรงกัน เพื่อประเมินสถานการณ์รวดเร็ว และแจ้งเตือนประชาชนได้ทันท่วงที พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เส้นทางอพยพ และศูนย์พักพิงให้พร้อม หากเกิดเหตุจะต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที
“เราชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องก่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชนให้มากที่สุด เมื่อเกิดความเสียหาย ความช่วยเหลือและเยียวยาต้องถึงประชาชนโดยเร็ว จึงได้กำชับทุกหน่วยงานให้ลดขั้นตอน เอกสาร และประสานใช้ข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่แล้วให้มากที่สุด เรื่องใดที่ประชาชนยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ขอให้แจ้งเข้ามา รัฐบาลจะติดตามให้ครบถ้วน”
นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอขอบคุณธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลหาดใหญ่และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รวมถึงช่วยซ่อมแซมศูนย์พักพิงในพื้นที่คอหงส์ และช่วยเหลือครัวเรือนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบ
“ขอให้พี่น้องประชาชนชาวสงขลา ได้มั่นใจว่า รัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาที่อยู่ตรงหน้า และผลักดันศักยภาพของสงขลาและภาคใต้ ทั้งการลดความเสี่ยงด้านน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ พร้อมดูแลความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในการประชุม ครม. วันพรุ่งนี้ จะเสนอเรื่องการทำประกันอุทกภัยให้กับประชาชนทุกหลังคาเรือน เพื่อเมื่อเกิดเหตุจะไม่ต้องกังวลเรื่องการพิสูจน์ว่าเป็นผู้เช่าหรือเจ้าของเคหสถาน หากประชาชนอยู่อาศัยและลงทะเบียนในพื้นที่ รัฐบาลจะให้การดูแลคุ้มครองคุณภาพชีวิตเบื้องต้น โดยจะกำหนดวิธีดำเนินการและคุณสมบัติของผู้ได้รับความคุ้มครอง เพื่อเร่งอำนวยความสะดวกในการเยียวยาประชาชนเมื่อเกิดอุทกภัย
“รัฐบาลจะรับทุกปัญหามาเร่งแก้ไข โดยจะไม่ทอดทิ้งหรือเพิกเฉย และจะใช้ทุกนาทีแก้ไขปัญหาให้ชาวสงขลาและภาคใต้ เช่นเดียวกับทุกจังหวัด เพื่อบริหารสถานการณ์และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน โดยทุกหน่วยงานต้องทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ข้อสั่งการของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง“