✨“รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่สงขลา เปิดเวทีขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร ส่งเสริมเกษตรกรปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมรับฟังปัญหาจากเจ้าหน้าที่และเกษตรกร 14 จังหวัดภาคใต้ ก่อนหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือภาคประมง”
วันนี้ (30 สิงหาคม 2569) ที่หอประชุมเปรม 100 ปี มหาวชิราวุธ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา “การขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” พร้อมทั้งพบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และเกษตรกร พร้อมเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของกรมส่งเสริมการเกษตรจาก 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และเกษตรกร เข้าร่วม
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า ภาคการเกษตรกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการแข่งขันในตลาดโลก จึงจำเป็นต้องปรับตัว โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมตามแนวทาง Climate Smart Agriculture (CSA) ทั้งเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบข้อมูล การเกษตรแม่นยำ และการพยากรณ์สภาพอากาศ เพื่อช่วยเกษตรกรวางแผนการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยง พร้อมทั้งได้เน้นย้ำให้เกษตรกรและประชาชนที่เข้าร่วมเวที ร่วมสะท้อนปัญหา ประสบการณ์ และข้อเสนอแนะจากพื้นที่ เนื่องจากข้อมูลและประสบการณ์ของเกษตรกรถือเป็นองค์ความรู้สำคัญที่จะนำไปใช้ประกอบการพัฒนาการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
จากนั้นช่วงบ่ายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ได้ประชุมหารือร่วมกับอธิบดี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร ตลอดจนเกษตรจังหวัดทั้ง 14 จังหวัด และผู้บริหารศูนย์ในสังกัดอีก 8 แห่ง เพื่อรับฟังวิสัยทัศน์ แนวทางการ
ดำเนินงาน และแผนการขับเคลื่อนงานในระยะต่าง ๆ รวมถึงโครงการที่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว หรือ Quick Win พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่สะท้อนปัญหาและข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะสภาพความเป็นอยู่และความต้องการของข้าราชการซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ ข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากทุกจังหวัด จะนำกลับไปหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ก่อนที่จะเดินทางไปยัง สำนักงานท่าเทียบเรือประมงสงขลา 2 ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อติดตามการบริหารจัดการพื้นที่ ศึกษาศักยภาพด้านการดำเนินงาน ผลประกอบการ ตลอดจนการให้บริการแก่พี่น้องชาวประมง โดยได้หารือและเห็นถึงความจำเป็นที่กรมประมงและองค์การสะพานปลาจะต้องเพิ่มความร่วมมือและประสานการทำงานร่วมกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น จึงมีแนวทางที่จะกลับไปหารือร่วมกับผู้บริหารองค์การสะพานปลา เพื่อกำหนดรูปแบบการทำงานร่วมกันในอนาคตให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคประมงและประชาชนในพื้นที่
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่คณะรัฐมนตรีเลือกจังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่จัดประชุม ครม.สัญจร ถือเป็นโอกาสสำคัญในการรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ โดยปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่จะถูกนำเข้าสู่การหารือในที่ประชุม เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินงานและมาตรการเร่งด่วนที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ติดตามผลการประชุม ครม.สัญจร และแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นต่อไป
#ครมสัญจรสงขลา69
#สงขลาเมืองมรดกโลก
#จังหวัดสงขลา
#สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่6
#กรมประชาสัมพันธ์