วันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 01.30 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) สั่งการให้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง, ร.ต.ต. สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ, นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน และนายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง ผนึกกำลังนำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) เปิดปฏิบัติการ “สิงห์ปราบ มังกรทมิฬ” เข้าตรวจสอบสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ “577 Club” หรือ “ผับจีนห้วยขวาง” ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พบเปิดให้บริการในลักษณะสถานบริการโดยไม่ปรากฏใบอนุญาต และพบว่าสถานบริการแห่งนี้เคยถูกปิดแต่กลับมาเปิดซ้ำ พร้อมพบข้อมูลความเชื่อมโยงกับบุคคลต่างชาติ และช่องทางรับชำระเงินผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ เจ้าหน้าที่จึงเร่งขยายผลตรวจสอบปมทุนจีน–นอมินี และเส้นทางการเงิน
ระหว่างการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบพนักงานชาวเวียดนามหลายรายที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้ และได้รับข้อมูลว่าการรับสมัครพนักงานให้ความสำคัญกับบุคคลที่สามารถสื่อสารภาษาจีน ขณะเดียวกัน ยังพบบุคคลชาวจีนรายหนึ่งมีพฤติการณ์สามารถสั่งการพนักงานและเข้าแก้ไขปัญหาภายในสถานประกอบการได้
นอกจากนี้ ชุดสืบสวนพบว่าสถานประกอบการสามารถรับชำระค่าอาหารและเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ ทั้ง Alipay และ WeChat ทำให้มีประเด็นเกี่ยวกับเส้นทางการรับชำระเงินที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยปรากฏชื่อผู้รับเงินเป็น 577 Club SAENG MUNGKORN.THONG CO., Ltd. หรือบริษัท แสงมังกรทอง รวมทั้งพบการรับชำระเงินผ่านบัญชีบุคคลหลายราย จึงเตรียมขยายผลตรวจสอบโครงสร้างนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น แหล่งเงินลงทุน ผู้มีอำนาจควบคุมกิจการ และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง
โดยเฉพาะประเด็น “นอมินี” เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่า มีบุคคลต่างด้าวหรือกลุ่มทุนต่างชาติเป็นผู้ลงทุนหรือควบคุมกิจการที่แท้จริงหรือไม่ และมีการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้น เป็นกรรมการ หรือเป็นตัวแทนอำพรางให้คนต่างด้าวประกอบหรือควบคุมกิจการโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายหรือไม่
อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมีสารเสพติดในร่างกาย ขณะเดียวกัน ยังตรวจพบยาเสพติดตกอยู่ภายในบริเวณร้าน จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมนำตัวผู้มีสารเสพติดในร่างกายเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย และเร่งขยายผลไปยังผู้จำหน่าย ผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนเครือข่ายยาเสพติดที่อาจอยู่เบื้องหลัง
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง จะยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายกับสถานบริการและสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างจริงจัง หากตรวจพบพฤติการณ์และพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน
ที่มา : กรมการปกครอง