วันนี้ (27 สิงหาคม 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไทยใช้เวทีการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 เดินหน้าวาระ “Skill Certification for Global Recognition” ผลักดันระบบรับรองทักษะฝีมือให้มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับในระดับสากล เปิดทางแรงงานไทยต่อยอดทักษะสู่โอกาสงานคุณภาพในตลาดแรงงานที่กว้างขึ้น
โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในฐานะประธานรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ALMM) ไทยจะผลักดันมาตรฐานกลางด้าน Skill Certification ตลอดระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า เพื่อให้การรับรองทักษะมีมาตรฐาน สามารถเทียบเคียงกันได้ และนำไปสู่การยอมรับในระดับสากล โดยเป้าหมายสำคัญคือให้แรงงานสามารถใช้ทักษะที่ได้รับการรับรองเพิ่มโอกาสในการมีงานทำและสร้างรายได้ที่ดีขึ้น
แนวทางดังกล่าวจะขับเคลื่อนผ่าน 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การรับรองหลักสูตรฝึกอบรม การรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน และการรับรองศูนย์ความเป็นเลิศอาเซียน ภายใต้กรอบการดำเนินงานปี 2026–2030 พร้อมนำร่อง ASEAN Digital Skills Passport (DSP) เพื่อให้แรงงานมีข้อมูลทักษะในรูปแบบดิจิทัลที่สามารถนำไปแสดงและใช้ประกอบการสมัครงาน ตลอดจนสนับสนุนการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือในภูมิภาค
ไทยยังเตรียมปรับ KPI การพัฒนาทักษะ จากเดิมที่เน้นจำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม ไปสู่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะ อัตราการมีงานทำและรายได้ที่เพิ่มขึ้น พร้อมทำงานร่วมกับภาคเอกชนด้าน Job Matching เชื่อมคนที่มีทักษะกับตำแหน่งงานที่ตลาดต้องการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น EV, Data Center และ AI
ขณะเดียวกัน ไทยเตรียมนำเสนอ AI Governance Framework เพื่อกำกับดูแลและลดผลกระทบจาก AI ต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้จบการศึกษาใหม่ ให้การพัฒนาทักษะเดินไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
อีกผลจากการเป็นเจ้าภาพ คือการเปิดพื้นที่ให้ไทยต่อยอดวาระด้านทักษะผ่านความร่วมมือกับประเทศสมาชิก โดยเฉพาะ สิงคโปร์ ซึ่งไทยมีความสัมพันธ์ด้านแรงงานอย่างใกล้ชิด โดยนายจุลพันธ์ได้หารือกับนางสาวจัสมิน เลา (Ms. Jasmin Lau) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกำลังคนสิงคโปร์ ถึงแนวทางพัฒนาทักษะกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ รวมถึงการขับเคลื่อน ALMM Workplan ค.ศ. 2026–2030
ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานในสิงคโปร์เกือบ 19,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคก่อสร้าง และได้รับการยอมรับในด้านทักษะและฝีมือ ความร่วมมือกับสิงคโปร์จึงเป็นตัวอย่างของการนำวาระ “พัฒนาทักษะให้ตรงกับตลาดงาน” ไปต่อยอดในระดับทวิภาคี ขณะที่ไทยได้ขอบคุณฝ่ายสิงคโปร์ที่ให้การดูแลและคุ้มครองแรงงานไทยเป็นอย่างดี
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพการประชุม ALMM ครั้งนี้ ไทยมุ่งผลักดันให้เรื่อง “ทักษะ” เชื่อมต่อกันตั้งแต่ การพัฒนา การรับรอง การแสดงข้อมูลทักษะ ไปจนถึงการมีงานทำจริง เพื่อให้แรงงานสามารถนำทักษะไปใช้สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
“เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงให้แรงงานมีทักษะเพิ่มขึ้น แต่ต้องทำให้ทักษะนั้นสามารถพิสูจน์และรับรองได้ ได้รับการยอมรับ และนำไปสู่โอกาสในการทำงานที่ดีขึ้น เมื่อเชื่อมมาตรฐานทักษะเข้ากับความต้องการของนายจ้างได้ ก็จะช่วยให้คนไทยมีโอกาสเข้าถึงงานคุณภาพและรายได้ที่ดีขึ้นในตลาดแรงงานที่กว้างขึ้น” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว