วันที่ 16 สิงหาคม 2569 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดการแสดงดนตรีพื้นบ้านเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้ชื่อ “ดนตรีพื้นบ้านแห่งความจงรักภักดี สถิตในใจนิรันดร์” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้โครงการสร้างความตระหนักรู้ทางนันทนาการเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนสู่ความเป็นเลิศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ เซ็นทรัลขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ท่ามกลางประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมรับชมการแสดงกว่า 2,500 คน
ในโอกาสนี้ นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมพลศึกษา นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนศิลปินแห่งชาติ ครูเพลงพื้นถิ่นอีสาน เด็ก เยาวชน และเครือข่ายด้านดนตรีพื้นบ้าน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชกรณียกิจนานัปการในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และสืบสานศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนภูมิปัญญาและงานศิลป์ของไทยให้ได้รับการธำรงรักษาและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การแสดง “ดนตรีพื้นบ้านแห่งความจงรักภักดี สถิตในใจนิรันดร์” ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแห่งการแสดงศิลปวัฒนธรรม แต่เป็นการรวมพลังแห่งความจงรักภักดีของเด็ก เยาวชน ครู ผู้ฝึกสอน ศิลปิน และเครือข่ายดนตรีพื้นบ้านจากทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงนักดนตรีจากสโมสรดนตรีด่านช้าง ไซทานี ที่มาร่วมกันถ่ายทอดความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณผ่านบทเพลงและการแสดงอันทรงคุณค่า
«“ดนตรีพื้นบ้านคือมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนรากเหง้า วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของคนในแต่ละท้องถิ่น การที่เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสเรียนรู้ ฝึกฝน และร่วมแสดงกับครูเพลงและศิลปิน จึงเป็นมากกว่าการพัฒนาทักษะทางดนตรี แต่เป็นการส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง”»
ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ความสำคัญกับการใช้ “นันทนาการ” เป็นกลไกในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งด้านทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนการสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะดนตรีพื้นบ้านซึ่งถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า และสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างคุณค่าทางสังคมและชุมชนได้ในอนาคต
«“หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแสดงดนตรีพื้นบ้านในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเกิดความภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมไทย มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และร่วมกันสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน”»
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความประทับใจจากการถ่ายทอดบทเพลงและศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่สะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอีสาน โดยมีเด็ก เยาวชน ครูเพลง ศิลปิน และเครือข่ายดนตรีพื้นบ้านร่วมถ่ายทอดพลังแห่งความจงรักภักดีผ่านเสียงดนตรี พร้อมเชื่อมโยงคนต่างรุ่นให้ร่วมกันเห็นคุณค่า อนุรักษ์ และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สู่คนรุ่นต่อไป
การจัดงานครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่นำ “ดนตรี–นันทนาการ–วัฒนธรรม–เยาวชน” มาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงศักยภาพ เรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรม และร่วมกันธำรงรักษามรดกอันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป