แรงงาน - ปคม. ลงดาบแก๊งหลอกทำงานต่างประเทศ ‘จุลพันธ์’ เตือน เชคให้ชัวร์ก่อนโอนเงิน

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมกับ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ,พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก. ,พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยถึงกรณีที่บริษัทหลอกลวงคนไปทำงานภาคเกษตรในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยมี นายกฤดิกร วงศ์สว่างพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุรชาติ เทียนทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมด้วย ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ (บก.ป.) กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตามที่กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ที่ผ่านมาว่า มีกลุ่มคนหางานจำนวนกว่า 100 คน ไปร้องทุกข์กรณีถูกบริษัทรับทำวีซ่าแห่งหนึ่งหลอกไปทำงานเกษตรในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ แอบอ้างว่าจะสามารถจัดส่งไปทำงานต่างประเทศได้ โดยจ่ายเงินให้บริษัทคนละ 130,000 - 150,000 บาท หลังจากที่จ่ายเงินไปแล้วบริษัทดังกล่าวได้นัดหมายให้กลุ่มคนหางานทั้งหมดไปอบรม ณ โรงแรมแห่งหนึ่งใกล้สนามบิน แต่เมื่อคนหางานเดินทางไปยังโรงแรมที่นัดหมายดังกล่าว พบว่า ไม่มีการจองโรงแรมเพื่ออบรมไปทำงานต่างประเทศ คนหางานจึงเดินทางไปยังบริษัทดังกล่าวย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ปรากฎว่า ที่ตั้งบริษัทดังกล่าวมีป้ายชื่อติดอยู่ แต่ไม่พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทแต่อย่างใด คนหางานจึงทราบว่าตนเองถูกหลอก จึงได้เดินทางไปกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) เพื่อแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว

“กระทรวงแรงงานขอให้พี่น้องคนไทยที่ต้องการจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ได้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศจากกรมการจัดหางาน ได้ที่เว็บไซต์กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน doe.go.th/ipd ทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน ขอยืนยันว่าจะปกป้องคุ้มครองสิทธิแรงงานไทย ด้วยการนโยบายบูรณาการกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาการถูกหลอกลวงทำงานต่างประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป“ นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า การดำเนินการในส่วนของกระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน ได้ตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียน ทำให้ทราบว่า บริษัทดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศแต่อย่างใด กระทรวงแรงงาน จึงขอย้ำเตือนคนหางานให้เพิ่มความระมัดระวังในการหางานไปทำงานต่างประเทศ เนื่องจากพบว่า ปัจจุบันมีกลุ่มมิจฉาชีพใช้สื่อออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก หรือเพจปลอม ที่ใช้ในการโฆษณาชักชวนรับสมัครไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานภาคเกษตรกรรม ฟาร์ม หรือเก็บผลไม้ในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยอ้างว่าเป็นงานที่มีรายได้สูง สวัสดิการดี และเป็นบริษัทจัดหางานต่างประเทศที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกับกรมการจัดหางานเพื่อหลอกลวงให้คนหางานหลงเชื่อ ทั้งนี้ ผู้ที่จะสามารถจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศได้ จะต้องเป็นบริษัทจัดหางานที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานเท่านั้น หากเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดอ้างว่า สามารถจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศได้ ขอให้ท่านสันนิษฐานได้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และขอให้คนหางานอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า หลังจากที่ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์กับทางพนักงานสอบสวน ตำรวจ บก.ปคม. เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569ตรวจสอบว่า บริษัทฯ พึ่งจดทะเบียน วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ซึ่งจากคำให้การของผู้เสียหายพบว่าช่วงเดือน ส.ค.68 เริ่มถูกหลอกให้โอนเงินเป็นค่าเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ในส่วนโรงแรมที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นสถานที่จัดอบรมเพื่อไปทำงานต่างประเทศนั้น จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่พบว่ามีการจองเพื่อจัดอบรมแต่อย่างใด ซึ่งกลุ่มของผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องมี จำนวน 4 ราย แบ่งหน้าที่กัน ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ขออนุมัติศาลออกหมายจับ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา แล้วสามารถจับกุม 2 ใน 4 ผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569

ด้าน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า สำหรับแรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 5 วิธี ได้แก่

1) บริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนถูกต้องกับกรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง

2) กรมการจัดหางานจัดส่ง

3) เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง

4) นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงาน

5) นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงาน

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 0 2248 4792 และ โทร. 0 2245 6763 หรือที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 10 หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar