"อนุทิน" เร่งลดค่าใช้จ่าย ลดราคาน้ำมัน-สินค้า "คนละครึ่ง พลัส" ประชาชนลงทะเบียนครบ 20 ล้านสิทธิ์ เปิดเฟส 2 ม.ค. 69

(20 ตุลาคม 2568) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (กนศ.) ครั้งที่ 2/2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล

นายอนุทินกล่าวว่า ที่ประชุมครั้งก่อน (15 ตุลาคม 2568) ได้พิจารณาแผนงานด้านเศรษฐกิจภายใต้นโยบาย “Quick Big Win” ของกระทรวงการคลัง ซึ่งจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือ มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว ที่เป็นผลจากการประชุมครั้งก่อน

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มุ่งเน้นการพิจารณาแผนงานของ กระทรวงพลังงาน เพื่อบรรเทาค่าครองชีพประชาชน สร้างรายได้ให้ชุมชน และเตรียมความพร้อมด้านพลังงานรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับการทำงานร่วมของกระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่เร่งรัดให้บริษัทต่างชาติมาตั้งฐานการผลิตในไทย


🚀 ที่ประชุมเห็นชอบ “Quick Big Win ด้านพลังงาน”

เพื่อขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้นโยบาย “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” โดยกระทรวงพลังงานเสนอ 3 มาตรการหลัก 9 โครงการสำคัญ อาทิ

  • โครงการ โซลาร์ฟาร์มชุมชน

  • โครงการ โซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร

  • การส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop ในครัวเรือนด้วยมาตรการภาษี

  • โครงการ โซลาร์ลอยน้ำ (FPV) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ และให้เร่งดำเนินโครงการที่สามารถเริ่มได้ทันที เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งในด้าน การลดรายจ่าย สร้างรายได้ และการส่งเสริมคาร์บอนเครดิต ซึ่งช่วยลดภาวะโลกร้อนและสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชน


💡 นายกฯ ย้ำทุกกระทรวงเร่งผลักดันโครงการที่ทำได้จริงใน 3 เดือน

นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้แต่ละกระทรวงเร่งเสนอ โครงการที่ไม่ใช่งานประจำ (Non-routine) และสามารถดำเนินการได้ภายใน 3 เดือน เพื่อบรรจุในระบบ Dashboard ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และรายงานความคืบหน้าในการประชุมทุกครั้ง

พร้อมย้ำให้ทุกโครงการดำเนินงานด้วยความ โปร่งใส ยึดหลักวินัยการเงินการคลัง และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและสถาบันจัดอันดับเครดิต (Rating Agency)


🪙 อัปเดต “คนละครึ่ง พลัส”

ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าโครงการ คนละครึ่ง พลัส ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนครบ 20 ล้านสิทธิ์ แล้ว

  • ร้านค้าลงทะเบียนสำเร็จ 223,088 ร้านค้า

  • ร้านค้าที่อยู่ระหว่างสมัคร 87,976 ร้านค้า

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกรัฐบาล ระบุว่า รัฐบาลเตรียมขยายโครงการ คนละครึ่ง พลัส เฟส 2 เริ่มเดือน มกราคม 2569 ต่อเนื่องจากเฟสแรกที่สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคมนี้

ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย ยืนยันว่าผู้ที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลจะไม่เสียสิทธิ์ โดยจะได้รับแจ้งยืนยันภายใน 3 วัน และเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่ 29 ตุลาคม–31 ธันวาคม 2568

ขณะเดียวกัน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า การเปิดลงทะเบียนวันแรกมีผู้เข้าร่วมเต็มวงเงิน 44,000 ล้านบาท ภายในเวลา 16.00 น. ทั้งนี้จะเปิดรอบใหม่ให้ลงทะเบียนเพิ่มเติมในวันที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00–22.00 น. ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com และแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”


🛍 กระทรวงพาณิชย์จัดมหกรรมลดราคาทั่วประเทศ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมจัดงาน “รวมพลังห้างท้องถิ่น ลดยิ่งใหญ่ ไทยช่วยไทย (LOCAL Low COST)” ระหว่างวันที่ 1–15 พฤศจิกายน 2568
มีผู้ประกอบการค้าส่ง–ค้าปลีกกว่า 90 ราย 800 สาขาทั่วประเทศ ลดราคาสินค้าจำเป็นสูงสุดกว่า 60% พร้อมใช้สิทธิ “คนละครึ่ง พลัส” ได้ภายในงาน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชน


⛽️ ข่าวดี! ลดราคาน้ำมันดีเซล–เบนซิน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดราคาน้ำมัน

  • ดีเซลลง 50 สตางค์/ลิตร เหลือ 30.94 บาท

  • เบนซินลง 30 สตางค์/ลิตร
    มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

โดยการปรับลดครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย Quick Big Win เพื่อบรรเทาค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม


🤝 ไทย–สหรัฐฯ กระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

นายอนุทินให้การต้อนรับ นางไฮดี้ แกลแลนท์ กรรมการบริหารหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM) และคณะผู้บริหารบริษัทสหรัฐฯ เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจไทย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการลงทุนจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจสำคัญ พร้อมเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบ เพิ่มความโปร่งใส และอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ เพื่อผลักดันไทยสู่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและพลังงานสะอาดของภูมิภาค

ภาคเอกชนสหรัฐฯ แสดงความมั่นใจในศักยภาพของไทย โดยพร้อมสนับสนุนความร่วมมือใน 5 ด้านหลัก ได้แก่

  1. เทคโนโลยีและดิจิทัล – ตั้ง Data Center Region ในไทย สร้างงานกว่า 10,000 ตำแหน่ง

  2. การเงินการลงทุน – เสนอให้ไทยเพิ่มอันดับในดัชนีการลงทุนสากล

  3. พลังงานสะอาด – ส่งเสริมการผลิตพลังงานหมุนเวียนในประเทศ

  4. สาธารณสุข – พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์

  5. อุตสาหกรรมอาหารและเกษตร – ยกระดับมาตรฐานการผลิตและซัพพลายเชนไทย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การหารือครั้งนี้จะช่วยให้รัฐบาลปรับปรุงกฎระเบียบและส่งเสริม “เศรษฐกิจมูลค่าสูง (High-Value Economy)” เดินหน้าสู่ เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัลอย่างยั่งยืน


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar