กรมชลประทานเผย ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักเพิ่มสูงขึ้นจากอิทธิพลฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ส่งผลให้ระดับน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำต่าง ๆ มีแนวโน้มสูงขึ้น
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 18 ตุลาคม 2568
📍 สถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ วัดปริมาณน้ำไหลผ่านได้ 2,839 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
📍 สถานี CT.25 แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี มีน้ำไหลผ่าน 125 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ก่อนจะไหลมาสมทบเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ที่
📍 สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท มีน้ำไหลผ่าน 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำจากทางตอนบนและฝนที่ยังตกต่อเนื่อง เขื่อนเจ้าพระยา จะทยอยเพิ่มการระบายน้ำตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป จากอัตรา 2,400 เป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในเวลา 15.00 น. (เพิ่มชั่วโมงละประมาณ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) และจะคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง
กรมชลประทานขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ นอกคันกั้นน้ำ เฝ้าระวังระดับน้ำและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่
คลองโผงเผง, วัดไชโย, อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
คลองบางบาล ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา, ตำบลลาดชิด และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วัดสิงห์, อำเภออินทร์บุรี, อำเภอเมือง และอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
วัดเสือข้าม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
ตำบลโพนางดำ อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
พร้อมขอให้ประชาชน ยกของขึ้นที่สูง และติดตามประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง หากมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำเพิ่มเติมจะมีการแจ้งให้ทราบเป็นระยะ