เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลา 09.50 น. ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จออก ณ ห้องประชุมชั้น 11 อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พระราชทานพระวโรกาสให้ คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสำนักองค์ประธาน นำ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และคณะ เฝ้า เพื่อรับพระราชทานพระนโยบายโครงการให้การสนับสนุนการก่อสร้างต่าง ๆ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤตความมั่นคงปลอดภัยบริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา
ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กราบทูลรายงานถึงแนวทางการดำเนินงานของกองทัพบกที่ได้น้อมนำพระนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการจัดตั้งคณะทำงานโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก โดยมีพลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นหัวหน้าคณะทำงานฯ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของ “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์
โดยโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก มุ่งเน้นภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยสำหรับกำลังพลผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารีและกองกำลังบูรพา ทั้งนี้จากการสำรวจความต้องการในพื้นที่พบว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดสร้างและปรับปรุงที่มั่นกำบัง (บังเกอร์) และจัดสร้างหลุมหลบภัยในระยะแรก
ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการทหารบก ได้กราบทูลรายงานเพิ่มเติม ถึงแนวทางการก่อสร้างรั้วบริเวณพื้นที่ชายแดนตามที่กองทุนหทัยทิพย์ได้ให้ความสำคัญ และเห็นควรให้การสนับสนุนการสร้างรั้วกำแพงและบังเกอร์นั้น ในส่วนของกองทัพบกพร้อมสนับสนุนกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมและวางแผนการดำเนินงานอย่างรอบด้านต่อไป
ทั้งนี้ การก่อสร้างจำเป็นต้องใช้งบประมาณอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่ประชาชน และกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืน กองทุนหทัยทิพย์ ยังคงเปิดรับการบริจาคสมทบทุน ผ่านช่องทางการบริจาค ดังนี้
บัญชีกระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาหลักสี่พลาซ่า เลขที่ 229-3-03266-6
บัญชีสะสมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาหลักสี่พลาซ่า เลขที่ 229-4-29977-7
หรือสแกน QR Code ระบบ e-Donation ผ่านแอปธนาคาร
ข้อมูลการบริจาคจะถูกส่งไปยังกรมสรรพากรอัตโนมัติในนามเจ้าของบัญชีเท่านั้น
ผู้บริจาคต้องกด “ยอมรับ” ให้ธนาคารเปิดเผยข้อมูลแก่กรมสรรพากร
เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า