(กรุงเทพฯ – กันยายน 2568) กระทรวงแรงงาน กำหนดมาตรการเร่งด่วนและระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน จากสถานการณ์แรงงานกัมพูชาทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา เนื่องจากเหตุไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างต่อเนื่องและแรงงานต่างด้าวได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
แรงงาน 4 สัญชาติ ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม กระทรวงแรงงานขอให้เตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อรอการเปิดขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ (ขณะนี้ยังไม่เปิดขึ้นทะเบียน)
แรงงานชาวเมียนมา ที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 รัฐบาลผ่อนผันให้อยู่และทำงานได้ต่ออีก 6 เดือน แต่ต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนและต่ออายุภายใน 31 ธันวาคม 2568
แรงงานกัมพูชาที่ถือบัตรผ่านแดน (Border Pass) ได้รับการผ่อนผันให้ทำงานบริเวณชายแดนชั่วคราว
แรงงานในพื้นที่พักพิงชั่วคราวจากเมียนมา ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ และสามารถทำงานเลี้ยงชีพได้ไม่เกิน 1 ปี
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 อนุมัติ 2 แนวทางสำคัญ คือ
การจัดการแรงงานต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยให้นายจ้างยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนแรงงาน ตรวจสุขภาพ และเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล เพื่อออกใบอนุญาตทำงาน 1 ปี
การนำแรงงานจากประเทศที่สามเข้ามาทำงาน (ระบบ MOU) โดยนำร่องแรงงานศรีลังกา จำนวน 10,000 คน และขยายไปยังสัญชาติอื่น เช่น เนปาล บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ หากเป็นไปอย่างราบรื่นจะพิจารณาขยายจำนวนเพิ่มเติม
กระทรวงแรงงานเน้นย้ำว่า แรงงานทุกคนต้องไม่หลงเชื่อการเรียกเก็บค่านายหน้าเกินจริง หรือถูกบังคับให้จ่ายเงินล่วงหน้า หากพบการเอาเปรียบหรือการหลอกลวง สามารถติดต่อสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 ได้ทันที
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ครม. เห็นชอบผ่อนผันให้แรงงานจากพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา 9 แห่ง ใน 4 จังหวัดชายแดน ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และราชบุรี รวมกว่า 77,000 คน สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อบรรเทาภาระรัฐและสนับสนุนเศรษฐกิจ
กระทรวงแรงงานย้ำว่า ทุกมาตรการดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อให้แรงงานต่างด้าวสามารถทำงานอย่างถูกต้อง ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน สร้างความมั่นคงต่อเศรษฐกิจ และส่งเสริมสิทธิมนุษยชน