จุดเริ่มต้นการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เมื่อปี 2547 ในสมัยรัฐบาลภายใต้การนำของ“ทักษิณ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ได้เป็นผู้ริเริ่มโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน หรือ โครงการ SML โดยพบว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการคือ“งบประมาณ” ในการแก้ไขปัญหาของหมู่บ้านและชุมชนและปัญหาชีวิตประจำวัน จึงก่อให้เกิดโครงการฯ เป็นความต้องการให้มีการจัดสรรเงินงบประมาณโดยตรงเพื่อประชาชนในหมู่บ้านและชุมชนได้นำไปแก้ไขปัญหาส่วนรวมรวมทั้งเพื่อการดำรงชีวิตประจำวันการประกอบอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนโดยประชาชนเป็นผู้บริหารจัดการเอง
โครงการฯดังกล่าวได้รับการสานต่อมาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 23 ปี และในปี 2568 รัฐบาลภายใต้การนำของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตรนายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน เน้นกระตุ้นการใช้จ่าย จุดประกายให้เศรษฐกิจเติบโตเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนอย่างเร่งด่วนและรวดเร็ว เสริมขีดความสามารถให้กับประชาชนและได้ตระหนักถึงความสำคัญของนโยบายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่มีภาคประชาชนเป็นผู้บริหารอย่างแท้จริงสำหรับเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการลงทุน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการออมของประชาชน จึงได้ดำเนินโครงการสนับสนุนเสริมสร้างศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคงผ่านกลไกลกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองโดยจัดสรรงบประมาณตามขนาดของหมู่บ้านและชุมชนเพื่อนำงบประมาณไปดำเนินการในการแก้ปัญหาของส่วนรวมในหมู่บ้านและชุมชน มุ่งเน้นให้ประชาชนมีอิสระในการดำเนินงานระดมความคิดความต้องการของความต้องการตามปัญหาของหมู่บ้านชุมชน สามารถบริหารจัดการลำดับความสำคัญของโครงการเพื่อใช้งบประมาณตามความต้องการของคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านและชุมชน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานคณะกรรมการหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) แถลงข่าวสรุปโครงการในการขับเคลื่อนกิจกรรม “กองทุนหมู่บ้านมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” ปี 67 เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 ว่า รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ซึ่งมีอยู่กว่า 79,610 แห่งทั่วประเทศ และสมาชิกกว่า 13 ล้านคน ถือเป็นกำลังหลักในการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก โดยเน้นให้กองทุนเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับสร้างอาชีพ สร้างงาน และรายได้ในชุมชน นอกจากนี้ยังส่งเสริมการออม และจัดระบบสวัสดิการเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันทางสังคม พร้อมสนับสนุนงบประมาณหมู่บ้านละ 1 ล้านบาทในระยะแรก และเพิ่มทุนในระยะต่อไปโครงการนี้มุ่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนด้วยทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้แนวคิด “ศาสตร์พระราชา” เพื่อสร้างความยั่งยืนต่อเนื่องกว่า 23 ปี ทั้งนี้ โครงการ ‘กองทุนหมู่บ้านมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน’ จะเป็นต้นแบบในการ แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับหมู่บ้านและชุมชนต่อไป
ด้าน นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ดำเนินการมา 23 ปี สร้างการมีส่วนร่วมและพัฒนาการพึ่งพาตนเองได้ดี เป็นแหล่งเงินทุนและออมเงินที่มั่นคง ช่วยส่งเสริม สวัสดิการและประโยชน์แก่ชุมชน การดำเนินงานสะท้อนความสำเร็จตามที่รัฐบาลมุ่งหวังให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนในระดับหมู่บ้าน ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจโดยรวม
“จากปัญหาหนี้นอกระบบที่กระทบต่อการดำรงชีวิต กองทุนหมู่บ้านจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือสมาชิกและประชาชนในรูปแบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน” เพื่อหลีกเลี่ยงการไปเกี่ยวข้องกับหนี้นอกระบบ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 11,392,200,000 บาท ผ่านโครงการสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กองทุนสามารถดำเนินงานได้อย่างมีอิสระและตอบสนองความต้องการของชุมชน โดยหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิกและประชาชน ตามเจตนารมย์ของรัฐบาล” นางสาวจิราพร สินธุไพร กล่าว
นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการ สทบ. กล่าวว่า สทบ. ได้จัดงาน “ส่งตรงโอกาสถึงชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน”ภายใต้โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง ขึันในวันจันทร์ที่ 21 เมษายน 2568 ณ อาคารศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค ฮอลล์ 11 - 12 เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการดำเนินโครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง ให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และประชาชน
สำหรับการดำเนินการโครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง ปี 2568 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพัฒนาพื้นฐานของหมู่บ้านและชุมชน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากของหมู่บ้านและชุมชน รวมทั้งเพื่อเพิ่มศักยภาพการหารายได้ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ในอาชีพอย่างยั่งยืน สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพในการประกอบอาชีพทาง ด้านการผลิต การแปรรูป การตลาดและบริการของประชาชน และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนต่อยอดดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในโครงการที่จำเป็นและเหมาะสม เพื่อให้มีการพัฒนากระตุ้นเศรษฐกิจได้ต่อเนื่องและยั่งยืน