บกปภ.ช. เคาะมาตรการเพิ่มเร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5

(29 ม.ค. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2568 มีข้อสั่งการเรื่องแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ปีนี้ฝุ่นมาจำนวนมากและมาเร็ว และได้มีการตกลงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาในอาเซียน ต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วนเดินหน้าผลักดันให้เต็มที่ เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมและช่วยแบ่งเบาอุปสรรคของประชาชน 
นอกจากนี้ ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย - จีน นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน (Official Visit) ระหว่างวันที่ 5 - 8 ก.พ. 68 จะได้มีการพูดคุยกับ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งเรื่องของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฝุ่นควัน ปัญหายาเสพติด และอาชญากรรมไซเบอร์
“อนุทิน” ย้ำทุกหน่วยงานบูรณาการ ยกระดับ 6 มาตรการ ลดไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 
(29 ม.ค. 68) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และเป็นการประชุมผ่านระบบ Video Conference ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ
    นายอนุทิน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยกับสถานการณ์ฝุ่นละอองเป็นอันมาก พร้อมได้ติดตามและประสานงานเรียกประชุมหารืออยู่ตลอดเวลาและสั่งการให้เชิญและแต่งตั้ง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษา บกปภ.ช.
•    บกปภ.ช. ทำงานในฐานะตัวแทนรัฐบาล ในการสั่งการทุกกระทรวง กรม โดยในระดับพื้นที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ ซึ่งมีเอกภาพในการบริหารจัดการจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
•    ปัจจุบันผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัดได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ห้ามเผาเรียบร้อยแล้ว และได้ยกระดับการดำเนินทุกมาตรการอย่างเข้มข้น โดยใช้ระบบการบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นอกเหนือจากอำนาจในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัด การร่วมมือกันอย่างเต็มที่จะทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างเร็วที่สุด
“อนุทิน” เน้นย้ำต้องควบคุมการเผา
นายอนุทิน กล่าวว่า “ต้องยอมรับว่าตอนนี้มูลเหตุของปัญหาอยู่ที่การเผา ดังนั้นต้องควบคุมไม่ให้มีการเผา ต้องจัดการในบ้านเราให้เรียบร้อยก่อน และถ้าหากว่าในประเทศเราไม่มีปัญหาแต่ยังมีสถานการณ์มาจากประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลก็จะต้องมีมาตรการลงโทษ (Sanctions) อาทิ ไม่รับซื้อสินค้าเกษตรจากประเทศที่ก่อปัญหา ต้องดำเนินทุกมาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดการเผา เกษตรกรที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ได้แก้ปัญหาด้วยการฝังกลบและหาวิธีในการแปรสภาพเศษซังข้าวโพด นำเครื่องแพ็คมาใช้งาน ดแพ็คเป็นสี่เหลี่ยมเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง (Bio-Power) ทำอาหารสัตว์ ทำปุ๋ยชีวภาพ เป็นทางเลือกที่จะทำให้เกษตรกรไม่เผา ซึ่งมีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง” 

ข้อสั่งการ 6 มาตรการ ยกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) 
1. มาตรการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนสถานการณ์อย่างทันท่วงที 
    1.1 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ : สนับสนุนข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อให้หน่วยงานใช้เป็นข้อมูลในการเฝ้าระวังและวางแผน พร้อมเผยแพร่ข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) และแสดงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ให้ ประชาชนทราบผ่านช่องทางการสื่อสารของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง   
    1.2 กรมควบคุมมลพิษ : เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในรูปแบบที่ง่ายต่อความเข้าใจของประชาชน รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพและคำแนะนำในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง เมื่อต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
     1.3 กรมอุตุนิยมวิทยา : คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์มลพิษอากาศล่วงหน้า เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนและตัดสินใจในการบริหารจัดการเพื่อตอบโต้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 
ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
     1.4 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย : บูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านการพยากรณ์ การเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ทราบ ผ่านช่องทางการแจ้งเตือน ยกระดับการแจ้งเตือนภัยแบบเฉพาะเจาะจง โดยใช้นวัตกรรมการแจ้งเตือนที่ทันสมัย และร่วมปฏิบัติการสนับสนุนทรัพยากร วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย รวมถึงอากาศยานเพื่อลดผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
    1.5 กรมประชาสัมพันธ์ : ประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ประชาชนรับทราบถึงสถานการณ์แนวทางการปฏิบัติตนการดูแลสุขภาพอย่างปลอดภัย ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ผ่านสื่อทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง
    1.6 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม : ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับการแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละออง
2. มาตรการป้องกันปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมการเผาอย่างเด็ดขาด 
        การจัดการไฟในพื้นที่ป่า
    2.1 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / กรมป่าไม้ :  บูรณาการร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลาดตระเวนตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จุดเฝ้าระวังในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ และกำหนดห้วงเวลาจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ป่า และบริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบมีการควบคุม ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่    
    การจัดการไฟในพื้นที่เกษตรกรรม
    2.2 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ : ขึ้นทะเบียนเกษตรกรและวางแผนบริหารจัดการการเผา
ในพื้นที่ตามความเหมาะสมต่อสถานการณ์โดยกำหนดช่วงเวลาห้ามเผา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเผา และเร่งกำหนดมาตรการตัดสิทธิ์ในการรับความช่วยเหลือหรือชดเชยจากภาครัฐในกรณีที่มีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม
    2.3 กระทรวงพาณิชย์ /กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ : เร่งมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่มาจากกระบวนการผลิตที่มีการเผาอย่างเด็ดขาดและส่งเสริมการทำสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเผา
    2.4 กระทรวงอุตสาหกรรม : เร่งรัดการดำเนินการตรวจสอบตรวจจับการใช้ยานพาหนะทุกประเภทที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานเข้มงวด ตรวจวัด ตรวจจับยานพาหนะควันดำ เน้นย้ำให้ตรวจสภาพรถตามมาตรฐานที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด
    การจัดการฝุ่นละอองในเขตเมือง
     2.5 กระทรวงคมนาคม / กรมการขนส่งทางบก : เร่งรัดการดำเนินการตรวจสอบตรวจจับการใช้ยานพาหนะทุกประเภท ที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานเข้มงวด ตรวจวัด ตรวจจับยานพาหนะควันดำ เน้นย้ำให้ตรวจสภาพรถตามมาตรฐานที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด
     2.6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ : เร่งรัดการดำเนินการตรวจสอบตรวจจับการใช้ยานพาหนะ
ทุกประเภทที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานเข้มงวด ตรวจวัด ตรวจจับ ยานพาหนะควันดำ บังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการฝุ่นละอองในเขตเมืองจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ
     2.7 กรมโยธาธิการและผังเมือง / กรุงเทพมหานคร : ตรวจสอบโครงการก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐาน ให้มีการกำหนดมาตรการและแนวทางบริหารจัดการเพื่อลดฝุ่นที่เกิดจากการก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐาน และหากพบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานให้พิจารณาระงับการก่อสร้างชั่วคราว
    2.8 กระทรวงอุตสาหกรรม : ตรวจสอบมาตรฐานการจัดการฝุ่นละอองของโรงงานไม่ให้รั่วไหล
สู่พื้นที่รอบนอก
        การจัดการหมอกควันข้ามแดน
    2.9 กระทรวงการต่างประเทศ / กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : ผลักดันยุทธศาสตร์ฟ้าใส (Clear Sky Strategy) เร่งหารือกับประเทศเพื่อนบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
3. ลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนให้มีน้อยที่สุด 
    3.1 กระทรวงสาธารณสุข : ออกหน่วยให้บริการประชาชน จัดหาอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) ห้องปลอดฝุ่นไว้บริการประชาชนอย่างเพียงพอและเหมาะสม
   3.2 กระทรวงแรงงาน : ประสานสถานประกอบการภาคเอกชนให้ความร่วมมือตามมาตรการเพื่อลดผลกระทบ อาทิ การอนุญาตให้พนักงานทำงานหรือปฏิบัติงานในที่พัก (Work from Home)
   3.3 กรมอุตุนิยมวิทยา : คาดการณ์สถานการณ์มลพิษอากาศล่วงหน้าเพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนและตัดสินใจในการบริหารจัดการเพื่อตอบโต้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
   3.4 ส่วนราชการทุกหน่วยงาน : ปฏิบัติตามมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การทำงานหรือปฏิบัติงานในที่พัก (Work from Home) รถทุกคันต้องตรวจสภาพเครื่องยนต์ไม่ให้มีควันดำ รณรงค์การใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล
4. มาตรการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างเข้มข้น 
    4.1 จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) สั่งการหน่วยงานยกระดับการดำเนินงานอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้นในทุกมาตรการ พร้อมออกประกาศกำหนดการควบคุมการเผาล่วงหน้า แล้วบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายในการห้ามเผาอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด และพิจารณาประกาศเขตพื้นที่ประสบ
สาธารณภัย / เหตุการณ์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบและหลักเกณฑ์
     4.2 กระทรวงกลาโหม : สนับสนุนทรัพยากร เครื่องจักรกล ยุทโธปกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่าหรือพื้นที่มีสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่องและการสนับสนุนการปฏิบัติงานทางอากาศในพื้นที่ที่กำลังภาคพื้นดินเข้าถึงยาก
5. มาตรการสนับสนุนงบประมาณ 
    5.1 กระทรวงการคลัง / สำนักงบประมาณ : เร่งรัดกระบวนการพิจารณางบประมาณงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้แก่หน่วยงานที่ขอรับการสนับสนุนให้ทันต่อสถานการณ์ในการแก้ไขปัญหา
6. มาตรการการขับเคลื่อนกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
        6.1 กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ : ให้มีการประชุมเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง รวมถึงมีการติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกสัปดาห์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
       6.2 กรมประชาสัมพันธ์ : จัดตั้งศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์ร่วม (Joint Information Center :JIC) เพื่อสื่อสารข้อมูลสถานการณ์และข้อแนะนำในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องแก่ประชาชน ให้ทุกหน่วยงานรายงานผลการปฏิบัติงานให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเป็นประจำทุกวัน
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar