รัฐบาลเตือนผู้ปกครองอย่าซื้อของเล่นที่เป็นอันตรายกับเด็ก แนะเลือกของเล่นที่ช่วยเสริมทักษะการเรียนรู้-พัฒนาการ-จินตนาการ

บทสรุป
ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติผู้ปกครองมักซื้อของเล่นเป็นของขวัญให้กับเด็ก รัฐบาลได้ออกมาย้ำเตือนผู้ปกครองถึงการเลือกซื้อของเล่นให้กับเด็ก ซึ่งปัจจุบันของเล่นได้ถูกพัฒนารูปแบบ รูปทรง และสีสันที่หลากหลาย หากผู้ปกครองเลือกของเล่นที่ไม่เหมาะสมกับช่วงวัย และพัฒนาการของเด็กอาจก่อให้เกิดอันตรายกับเด็กได้ พร้อมย้ำให้ผู้ปกครอง ที่มีบุตรหลานอยู่ในความดูแลหมั่นตรวจสอบ และระมัดระวังบุตรหลานไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพในโลกออนไลน์ ที่มีเป้าหมายหลักเป็นเด็กและเยาวชน นอกจากนี้กรมอนามัยได้แนะนำวิธีการเลือกของเล่นให้กับเด็กตามช่วงวัย ทั้งขนาดของเล่น และลักษณะของเล่น ส่วนกรมการแพทย์ได้แนะนำ 5 เทคนิคในการเลือกซื้อของเล่น และในวันเด็กแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้จัดกิจกรรมวันเด็กให้คึกคัก 

รายละเอียด
(10 ม.ค.68) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันเด็กแห่งชาติผู้ปกครองส่วนใหญ่มักจะซื้อของเล่นเป็นของขวัญให้กับเด็ก แต่เนื่องจากปัจจุบันของเล่นได้ถูกพัฒนารูปแบบ รูปทรง และสีสันที่หลากหลาย หากผู้ปกครองเลือกของเล่นที่ไม่เหมาะสมกับวัย และพัฒนาการของเด็กอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

นายคารม กล่าวว่า เพื่อความปลอดภัย ขอย้ำเตือนของเล่นที่เป็นอันตรายกับเด็ก ดังนี้ ของเล่นที่มีชิ้นส่วนขนาดเล็กหรือถอดแยกชิ้นส่วนได้ ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีเล่น เพราะเด็กวัยนี้มักหยิบของเล่นเข้าปาก อาจทำให้ชิ้นส่วนของเล่นเข้าไปอุดกั้นทางเดินหายใจ จนเสียชีวิตได้ ของเล่นที่มีเชือกหรือสายลากจูง ซึ่งสามารถขดเป็นวง อาจรัดหรือพันคอเด็ก ทำให้เด็กหายใจไม่ออกเสียชีวิตได้ ของเล่นที่มีลักษณะเลียนแบบอาวุธ โดยเฉพาะของเล่นที่มีลูกกระสุนสำหรับยิง หากพลาดพลั้งอาจเกิดการบาดเจ็บถลอกหรือฟกช้ำตามผิวหนัง จนถึงขั้นตาบอดได้ อีกทั้งเด็กไม่สามารถแยกแยะระหว่างของเล่นกับของจริงได้ หากเด็กนำของจริงมาเล่น จะก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต ของเล่นที่เคลื่อนที่ได้ โดยเฉพาะของเล่นที่มีล้อและต้องใช้การทรงตัวในการเล่น หากออกแบบไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้ล้มได้ง่าย และถ้าเด็กนำไปเล่นในลักษณะผาดโผน หรือเล่นในบริเวณที่ลาดชันและริมถนน จะทำให้เกิดอันตรายที่รุนแรงมากขึ้น เพื่อความปลอดภัย ควรให้เด็กสวมใส่อุปกรณ์นิรภัย เช่น สนับเข่า สนับศอก และหมวกนิรภัย เป็นต้น ทุกครั้งที่เล่นของเล่นประเภทเคลื่อนที่ได้ เพื่อป้องกันอันตรายจากการหกล้ม

“เพื่อป้องกันอุบัติภัยจากของเล่นเด็ก ผู้ปกครองควรเลือกของเล่นที่ช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ พัฒนาการและจินตนาการของเด็ก อาทิ ของเล่นประเภทเครื่องเล่นกีฬา เพื่อส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกาย ของเล่นเสริมสร้างจินตนาการ เพื่อส่งเสริม ให้เด็กใช้ความคิดสร้างสรรค์ตามจินตนาการ ของเล่นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กพัฒนาทักษะการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว รวมถึงไม่ควรซื้อของเล่นสำหรับเด็กโตให้เด็กเล็กเล่น เพราะนอกจากของเล่นดังกล่าวจะไม่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กแล้ว อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ที่สำคัญ ผู้ปกครองควรแนะนำวิธีการเล่นอย่างถูกต้องแก่เด็ก และดูแลการเล่นของเด็กอย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้ให้การช่วยเหลือเด็กอย่างทันท่วงที” นายคารม ย้ำ

วันเด็ก..เด็กยุคใหม่..ต้องตามโลกยุคใหม่ให้ทัน เตือนผู้ปกครองต้องเฝ้าระวังไม่ให้ตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์ 
(9 ม.ค.68) นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเทศกาลวันเด็กหรือช่วงเวลาอื่น ๆ “ของขวัญ” มักจะเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ลูกหลานเฝ้ารอคอยเสมอ การเลือกซื้อของเล่นให้เด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เลือกแค่สีสวยงามหรือราคาถูกเพราะของเล่นที่ดีจะต้องช่วยส่งเสริมพัฒนาการให้เด็ก และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ของเล่นชนิดนั้นจะต้องปลอดภัย มีมาตรฐาน ขอฝากเตือนถึงผู้ปกครองที่จะพาบุตรหลานไปเที่ยวเล่นตามที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในช่วงงานวันเด็กหรือเทศกาลอื่น ๆ รวมทั้งการไปเที่ยวเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากของเล่นที่ไม่มีมาตรฐานที่อาจทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บหรือเป็นพิษ และขอย้ำเตือนภัยพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่มีบุตรหลานอยู่ในความดูแล ให้หมั่นตรวจสอบ และระมัดระวังบุตรหลาน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพในโลกออนไลน์ ที่มีเป้าหมายหลักเป็นเด็กและเยาวชน ดังต่อไปนี้
1. การล่อลวงออนไลน์ คนร้ายจะสร้างความไว้วางใจกับเด็ก ผ่านเกมหรือสื่อสังคมออนไลน์ แล้วพยายามนัดพบตัวจริง เพื่อล่วงละเมิดทางเพศ 
2. การหลอกถ่ายคลิปลามก คนร้ายหลอกล่อเด็กให้ถ่ายภาพหรือคลิปลามกส่งให้กับคนร้าย จากนั้นนำภาพหรือคลิปลามกไปขาย หรือนำมาแบล็กเมล์ เรียกเอาเงินจากผู้ปกครอง 
3. การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การที่เด็กถูกกลั่นแกล้งในสื่อสังคมออนไลน์ จากการโพสต์ข้อความหรือรูปภาพที่ทำให้เสียหาย 
4. การหลอกลวงซื้อขายสินค้า คนร้ายหลอกลวงให้เด็กโอนเงินซื้อสินค้า ผ่านเกมหรือสื่อสังคมออนไลน์ แล้วไม่ส่งของให้ 
5. การเข้าถึงเนื้อหาไม่เหมาะสม การที่เด็กเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เช่น ความรุนแรง ภาพลามก การพนันออนไลน์ ซึ่งมักจะเกิดจากการคลิกโฆษณา หรือการค้นหาโดยไม่ตั้งใจ

ทั้งนี้ สามารถสอนน้อง ๆ ให้รู้ภัยจากการใช้สื่อออนไลน์ได้ง่าย ๆ ด้วย 8 ข้อ ดังนี้ 
1. สอนให้รู้จักตนเอง และต้องรับผิดชอบต่อการกระทำทุกอย่างบนโลกออนไลน์ 
2. สอนให้ใช้เวลาออนไลน์อย่างพอเหมาะพอดี ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ การงาน และชีวิตด้านอื่น 
3. สอนให้ยืดหยุ่น เข้มแข็ง รับมือกับการกลั่นแกล้งได้ดี 
4. สอนให้รักษาความปลอดภัย ตั้งรหัสผ่าน ป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ และการโจมตีระบบ 
5. สอนให้รักษาความเป็นส่วนตัว ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ 
6. สอนให้คิดวิเคราะห์ สืบค้น แยกแยะ ไม่เชื่อทุกอย่างที่เห็นหรือรับมา 
7. สอนให้ตระหนักว่าการกระทำบนโลกออนไลน์ ย่อมมีร่องรอยให้ตามสืบตามตัวได้เสมอ 
8. สอนให้เข้าใจให้อภัย เห็นอกเห็นใจคนอื่น บริหารจัดการอารมณ์ตนเองบนโลกออนไลน์

“รัฐบาลห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ทั้งนี้ หากบุตรหลานของท่านตกเป็นเหยื่อ หรือได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือแจ้งความออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือ สายด่วน 1441 ได้ ตลอด 24 ชั่วโมง”นายอนุกูล กล่าว

กรมอนามัย แนะ เลือกของเล่นอย่างไร ให้ปลอดภัยกับเด็ก
•    ขนาดของเล่นที่ถูกต้อง
•    ของเล่นสำหรับเด็ก < 3 ปี ต้องมีขนาดใหญ่กว่า 3.2 ซม. หรือยาวกว่า 6 ซม.
•    ของเล่นที่ทำจากพลาสติก หรือสีสันสดใสควรเลือกที่ได้รับรองมาตรฐานการผลิตว่าปลอดภัยสำหรับเด็ก
•    เลือกของเล่นให้เหมาะกับวัย
•    อายุ 9 เดือน อุปกรณ์ที่มีสีและเสียง กรุ๋งกริ๋ง ทำด้วยพลาสติก ผ้า ลูกบอลยางบีบ ของเล่นเขย่า เคาะ ตี ที่มีเสียง
•    อายุ 18 เดือน (1 ปี 6 เดือน) ตุ๊กตา หมอน หนังสือเด็กที่ทำด้วยพลาสติก ผ้า หรือกระดาษหนา ๆ
•    อายุ 30 เดือน (2 ปี 6 เดือน) หนังสือรูปภาพหรือหนังสือนิทานสำหรับเด็กที่มีรูปภาพและคำอธิบายสั้น ๆ
•    อายุ 42 เดือน (3 ปี 6 เดือน) สิ่งของในบ้านที่ไม่เป็นอันตราย รูปทรงกระบอกสั้น รูปทรงสี่เหลี่ยม รูปเสื้อผ้า/อาหาร/สัตว์
•    อายุ 60 เดือน (5 ปี) กระดาษและดินสอ เพื่อวาดรูป หนังสือนิทาน แผ่นพยัญชนะ

กรมการแพทย์ แนะ 5 เทคนิค เลือกของเล่นเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก
1. คำนึงถึงความปลอดภัย หมั่นตรวจสภาพของเล่นที่อาจเป็นอันตราย เด็กเล็กชอบเอาของเข้าปาก เข้าจมูก ควรเลือกของเล่นที่ไม่เล็กจนเกินไป
2. เลือกของเล่นให้เหมาะสมกับวัย 
•    ทารก: มีเสียง มองคว้าได้ สัมผัสได้ 
•    เด็กเล็ก: ชิ้นไม่เล็กเกินไป มีการเคลื่อนไหว 
•    เด็กโต: มีกลไกมากขึ้น ของเล่นที่ฝึกแก้ปัญหา
3. เล่นได้หลากหลายวิธี เช่น ตัวต่อ ไม้บล็อก เกมฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา และไม่ทำให้เด็กเบื่อง่าย
4. ราคาไม่แพงเกินไป และเหมาะสม เด็กเบื่อง่าย และรักษาของไม่เป็นพ่อแม่อาจต้องซื้อของเล่นบ่อยๆ
5. เลือกของเล่นที่มีประโยชน์และไม่สร้างความขัดแย้ง ปัญหาที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน พ่อแม่จะเลือกซื้อ Tablet ให้ลูก โดยไม่กำหนดกฎเกณฑ์ไว้ก่อน เมื่อพ่อแม่ให้หยุดเล่นจะเกิดปัญหาทางอารมณ์ตามมา

นายกฯ ตรวจความเรียบร้อย โต๊ะและเก้าอี้ทำงานนายกรัฐมนตรี เตรียมต้อนรับน้อง ๆ เด็ก ๆ และเยาวชน ที่จะมานั่งในวันเด็กแห่งชาติ
(10 ม.ค. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีตรวจความพร้อม โต๊ะและเก้าอี้ทำงานนายกรัฐมนตรี เพื่อรอต้อนรับน้อง ๆ เด็ก ๆ และเยาวชนที่จะมานั่งในวันเด็กแห่งชาติ พร้อมเยี่ยมชมซุ้มกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติภายในทำเนียบรัฐบาล โดยกำชับทุกหน่วยงานที่จัดงานวันเด็กภายในทำเนียบรัฐบาล ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กที่จะมาร่วมกิจกรรมเป็นสำคัญ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับทราบข้อความ การ์ดอวยพร จากเด็ก ๆ และเยาวชนทั่วประเทศที่เขียนถึง นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้นำมาจัดนิทรรศการไว้บริเวณทำเนียบรัฐบาลแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมและกล่าวตอบว่า  “ขอบคุณกำลังใจจากน้อง ๆ ทุกคน และขอส่งกำลังใจกลับให้น้อง ๆ ทุกคนพัฒนาศักยภาพตัวเอง เพราะทุกโอกาส คือการเรียนรู้ เพื่อปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง ต่อไปค่ะ ”

นายกฯ สั่งการ ปีนี้ จัดกิจกรรมวันเด็กคึกคัก 
(10 ม.ค.68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า งานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2568 นี้ ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้จัดกิจกรรมอย่างคึกคักทั่วประเทศ โดยสถานที่ที่น้อง ๆ สนใจมากที่สุดคือหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ใน 3 เหล่าทัพ กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เตรียมเปิดต้อนรับน้อง ๆ อย่างคึกคัก 

นายจิรายุฯ กล่าวว่า ส่วนกิจกรรมที่ Facebook ไทยคู่ฟ้า ของสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เชิญชวนน้อง ๆ เยาวชน ส่งการ์ดอวยพรมาถึงนายกรัฐมนตรี ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2568 รูปแบบใดก็ได้ ที่ช่องทาง https://forms.gle/dY8RzbMrPexSsv8j9 ถึงวันที่ 9 ม.ค. 2568 ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกนั้น กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับแนวทางของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการเปิดกว้างทุกความคิดเห็นของคนทุกกลุ่ม รวมถึงเด็กและเยาวชน ซึ่งนายกฯ ได้รับทราบทุกข้อความที่เด็ก ๆ เยาวชนส่งมาให้ เช่น

ด.ช.กันตพัฒน์ เถื่อนยัง (น้องอเนลล์) จาก อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ “ขออวยพรปีใหม่ให้นายกฯ อุ๊งอิ๊ง มีความสุขกาย สุขใจ และเข้มแข็งและสัญญาว่า น้องอเนลล์จะเป็นเด็กดีต่อน้าดรีม พ่อเอ แม่อ้วน ตายาย และเป็นคนดีของสังคมต่อไป

ด.ช.ศิวกร ชุมแก้ว โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลสทิงพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา “สวัสดีปีใหม่ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ผมขออวยพรให้ท่านมีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต ขอให้ท่านมีสุขภาพที่ดีและใจที่เข้มแข็ง ผมอยากขอบคุณท่านที่ทำงานเพื่อความสุขของคนไทยทุกคนครับ”

“วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐได้เปิดพื้นที่หน่วยงานให้เด็กและเยาวชน สามารถเข้าไปร่วมทำกิจกรรมกับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ ถือว่าเป็นการทำให้ทุกพื้นที่หน่วยงานรัฐ เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่มุ่งเปิดโอกาส ให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง สอดคล้องกับคำขวัญวันเด็ก ปี 2568 ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มอบไว้ว่า “ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง” นายจิรายุ กล่าว
 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar