เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เตือนเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก ตลอด 24 ชม.

บทสรุป 
(15 ธ.ค. 67) เวลา 05.30 น. กรมทรัพยากรน้ำ แจ้งเตือนภัยวิกฤติ (สีแดง) บ้านนอก ต.กงหรา อ.กงหรา บ้านไสยาง ต.เขาเจียก อ.เมืองพัทลุง บ้านลำสินธุ์เหนือ ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ปัจจุบันในพื้นที่ยังคงมีฝนตกหนัก ปริมาณฝนสะสมวิกฤติในพื้นที่ แจ้งผู้นำชุมชนและพื้นที่รับผลกระทบ เฝ้าระวังและติดตามตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิดสภาวะ น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ได้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นำกำลังพลพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยกระจายความช่วยเหลือลงพื้นที่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ส่วน กรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำ เพื่อเร่งการระบายออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด อีกทั้ง ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติกองทัพภาคที่ 4 ได้ระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร และระนอง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน 

การรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งงดเดินขบวนรถในเส้นทางสายใต้ จำนวน 14 ขบวน และปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง-ปลายทาง จำนวน 12 ขบวน เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและมีประกาศเปลี่ยนแปลง

รายละเอียด 
กรมทรัพยากรน้ำ แจ้งเตือนภัยวิกฤติ
(15 ธ.ค. 67) เวลา 05.30 น. กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แจ้งข้อมูลการเตือนภัย เตือนภัยวิกฤติ (สีแดง) บ้านนอก ตำบลกงหรา อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง ปริมาณฝนสะสม 12 ชั่วโมง 157.5 มม. บ้านไสยาง ตำบลเขาเจียก อำเภอเมืองพัทลุง ปริมาณฝนสะสม 12 ชั่วโมง 151.5 มม. บ้านลำสินธุ์เหนือ ตำบลลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ ปริมาณฝนสะสม 12 ชั่วโมง 165.0 มม. ปัจจุบันในพื้นที่ยังคงมีฝนตกหนัก แจ้งเตือนปริมาณฝนสะสมวิกฤติในพื้นที่ แจ้งผู้นำชุมชนและพื้นที่รับผลกระทบเฝ้าระวังและติดตามตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดหากยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ได้

อุตุนิยมวิทยา เตือนภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก 15 - 16 ธันวาคม 2567
(15 ธ.ค. 67) เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ฉบับที่ 12 (339/2567) มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 15 - 16 ธันวาคม 2567 เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำ เคลื่อนผ่านอ่าวไทยตอนล่าง ภาคใต้ตอนล่าง และประเทศมาเลเซีย ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากมีดังนี้
วันที่ 15 ธันวาคม 2567 
ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง
วันที่ 16 ธันวาคม 2567 
ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล

ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
(15 ธ.ค. 67) เวลา 06.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช จำนวน 27 อำเภอ 137 ตำบล 814 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 43,595 ครัวเรือน
1) จ.ชุมพร เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 6 อำเภอ 47 ตำบล 379 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.ปะทิว เมืองฯ สวี ทุ่งตะโก หลังสวน และ ละแม ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,701 ครัวเรือน มีน้ำท่วมขังพื้นผิวจราจร บนถนนหมายเลข 41 บริเวณ กม.7 อ.เมืองฯ และ กม.32 อ.สวี ระดับน้ำสูงประมาณ 0.60 ม. รถเล็กไม่สามารถใช้เส้นทางได้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ (ปริมาณฝนสูงสุด อ.ปะทิว 376.4 มม. ข้อมูล สสน. ฝนสะสม 24 ชม.) ปัจจุบันคลองหลังสวน ระดับน้ำลดลง
2) จ.ระนอง เกิดฝนตกหนักน้ำไหลหลากเข้าท่วมและมีดินสไลด์ในพื้นที่ 3 อำเภอ 12 ตำบล 42 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.กระบุรี ละอุ่น และเมืองฯ ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,070 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ (ปริมาณฝนสูงสุด อ.ละอุ่น 161.0 มม. ข้อมูล สสน. ฝนสะสม 24 ชม.) ปัจจุบันคลองญวน ระดับน้ำลดลง
3) จ.สุราษฎร์ธานี เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอ 27 ตำบล 104 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.ท่าชนะ ท่าฉาง เมืองฯ กาญจนดิษฐ์ ดอนสัก เกาะพงัน และ เกาะสมุย ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,216 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ (ปริมาณฝนสูงสุด อ.เกาะสมุย 146.0 มม. ข้อมูล สสน. ฝนสะสม 24 ชม.) ปัจจุบันแม่น้ำตาปีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
4) จ.นครศรีธรรมราช เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 11 อำเภอ 51 ตำบล 289 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.ชะอวด เฉลิมพระเกียรติ เมืองฯ ปากพนัง เชียรใหญ่ พระพรหม สิชล นบพิตำ ท่าศาลา ขนอม และช้างกลาง ประชาชนได้รับผลกระทบ 32,608 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ (ปริมาณฝนสูงสุด อ.ขนอม 211 มม. ข้อมูล สสน. ฝนสะสม 24 ชม.) ปัจจุบันคลองท่าดีระดับน้ำลดลง

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติกองทัพภาคที่ 4 ระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร และระนอง จากสถานการณ์อุทกภัย 
จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้เกิดอุทกภัยในหลายจังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร และระนอง โดยระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงจนท่วมบ้านเรือนและเส้นทางคมนาคม ซึ่งผู้บัญชาการทหารบก/ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานจิตอาสาพระราชทานกองทัพบก ได้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติกองทัพภาคที่ 4 จัดกำลังพลจิตอาสา พร้อมยุทโธปกรณ์ของหน่วย ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตามแผนที่ได้มีการเตรียมการร่วมกับส่วนราชการต่างๆ อย่างเต็มกำลัง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ จิตอาสา และหน่วยทหารในพื้นที่

หากพื้นที่ใดได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการขอรับการสนับสนุน สามารถติดต่อหน่วยทหารในพื้นที่ใกล้เคียง หรือติดต่อศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 โทร. 075-383-405 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ปภ. สนับสนุนกำลังทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน
จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก ในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 12 - 14 ธ.ค. 67 ส่งผลให้เกิดอุทกภัยหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ซึ่งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบกับสถานการณ์น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง จึงได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และระนอง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยนายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดี ปภ. ได้สั่งการให้ทีมปฏิบัติการจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี นำกำลังพลพร้อมเครื่องจักรกล

สาธารณภัยกระจายความช่วยเหลือลงพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ในความรับผิดชอบของศูนย์ป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง และให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตข้างเคียงที่ไม่มีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เตรียมความพร้อมให้สนับสนุนการปฏิบัติให้แก่จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน และในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างยังคงตรึงกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้ประจำการในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ขณะนี้ทีมปฏิบัติการจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี ได้สนับสนุนการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ดังนี้
จังหวัดพัทลุง จัดส่งเจ้าหน้าที่ จำนวน 9 นาย เครื่องสูบน้ำ ขนาด 14 นิ้ว จำนวน 7 เครื่อง รถสูบส่งน้ำระยะไกล จำนวน 1 คัน รถสูบน้ำแบบโมบายยูนิต จำนวน 1 คัน รถผลิตน้ำดื่ม จำนวน 1 คัน
จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดส่งเจ้าหน้าที่ จำนวน 2 นาย พร้อมรถผลิตน้ำดื่ม จำนวน 1 คัน และเรือท้องแบน จำนวน 4 ลำ 
ขณะที่กำลังส่วนหนึ่งของทีมปฏิบัติการจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี ที่ยังคงให้ความช่วยเหลืออุทกภัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดยะลา ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน จำนวน 10 นาย รถบรรเทาอุทกภัย จำนวน 1 คัน รถบรรทุกเรือยนต์กู้ภัย จำนวน 2 คัน เรือท้องแบน จำนวน 2 ลำ และรถผลิตน้ำดื่ม จำนวน 2 คัน จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

กรมชลประทาน เดินเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำท่วมเมืองนครศรีธรรมราช 
หลังมีฝนตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองท่าดี ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักที่ไหลผ่านอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2567 วัดปริมาณฝนสะสมได้มากกว่าปริมาณ 330 มิลลิเมตร โดยกรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำ เพื่อเร่งการระบายออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุดแล้ว

ด้านสถานการณ์น้ำท่า คลองนครน้อย (คลองหน้าเมือง) ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ระดับน้ำ สูงกว่าตลิ่ง 56 เซนติเมตร ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน 9 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ่อทรัพย์ ชุมชนท่าช้าง ชุมชนหน้าสถานีรถไฟเขตนอกโคก ชุมชนหน้าสถานีรถไฟเขตสะพานยาว ชุมชนมุมป้อม ชุมชนสารีบุตร ชุมชนลูกแม่อ่างทอง ชุมชนเทวบุรี-คลองห้วย และชุมชนป่าโล่ง คาดการณ์สถานการณ์น้ำในคลองท่าดี ระดับน้ำสูงสุดที่คาดการณ์อยู่ที่ +3.20 ม. (รทก.) มีพื้นที่เฝ้าระวังเพิ่มเติม 9 ชุมชน ดังนี้ ชุมชนท่ามอญ สะพานยาว บ่ออ่าง ประตูขาว พะเนียด มะขามขุม สวนป่าน กรแก้ว และหลัง บขส.

การรถไฟฯ แจ้งงดเดินขบวนรถ และปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง – ปลายทางในเส้นทางสายใต้ หลังน้ำท่วมชุมพรและสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ 14 ธ.ค. เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง 
(14 ธ.ค. 67) สืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานี ทำให้น้ำท่วมเหนือสันราง ซึ่งไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถ ระหว่างสถานีวิสัย-สวี ที่ กม.501/1-6 การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงขอแจ้งงดเดินขบวนรถในเส้นทางสายใต้ จำนวน 14 ขบวน และปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง-ปลายทาง จำนวน 12 ขบวน เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและมีประกาศเปลี่ยนแปลง ดังนี้

งดเดินขบวนรถ จำนวน 14 ขบวน 
- ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 31/32 กรุงเทพอภิวัฒน์ – ชุมทางหาดใหญ่ - กรุงเทพอภิวัฒน์
- ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 37/38 กรุงเทพอภิวัฒน์ – สุไหงโกลก - กรุงเทพอภิวัฒน์
- ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 45/46 กรุงเทพอภิวัฒน์ – ปาดังเบซาร์ - กรุงเทพอภิวัฒน์
- ขบวนรถด่วนที่ 83/84 กรุงเทพอภิวัฒน์ – ตรัง - กรุงเทพอภิวัฒน์
- ขบวนรถด่วนที่ 85/86 กรุงเทพอภิวัฒน์ – นครศรีธรรมราช - กรุงเทพอภิวัฒน์
- ขบวนรถเร็วที่ 167/168 กรุงเทพอภิวัฒน์ - กันตัง - กรุงเทพอภิวัฒน์
- ขบวนรถเร็วที่ 169/170 กรุงเทพอภิวัฒน์ – ยะลา - กรุงเทพอภิวัฒน์
ปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง – ปลายทาง จำนวน 12 ขบวน
- ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางปรับอากาศที่ 39 กรุงเทพอภิวัฒน์ - สุราษฎร์ธานี ปรับเปลี่ยนเป็น กรุงเทพอภิวัฒน์ - ชุมพร
- ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางปรับอากาศที่ 40 สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพอภิวัฒน์ ปรับเปลี่ยนเป็น ชุมพร – กรุงเทพอภิวัฒน์
- ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางปรับอากาศที่ 43 กรุงเทพอภิวัฒน์-สุราษฎร์ธานี ปรับเปลี่ยนเป็นกรุงเทพอภิวัฒน์ - ชุมพร
- ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางปรับอากาศที่ 44 สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพอภิวัฒน์ ปรับเปลี่ยนเป็น ชุมพร – กรุงเทพอภิวัฒน์
- ขบวนรถเร็วที่ 171 กรุงเทพอภิวัฒน์-สุไหงโกลก ปรับเปลี่ยนเป็น กรุงเทพอภิวัฒน์ - ชุมพร
- ขบวนรถเร็วที่ 172 สุไหงโกลก - กรุงเทพอภิวัฒน์ ปรับเปลี่ยนเป็น สุไหงโกลก - สุราษฎร์ธานี
- ขบวนรถธรรมดาที่ 254 หลังสวน-ธนบุรี ปรับเปลี่ยนเป็น หลังสวน – ชุมพร
- ขบวนรถธรรมดาที่ 255 ธนบุรี - หลังสวน ปรับเปลี่ยนเป็น ธนบุรี - ชุมพร
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 445 ชุมพร - ชุมทางหาดใหญ่ ปรับเปลี่ยนเป็น หลังสวน - ชุมทางหาดใหญ่
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 446 ชุมทางหาดใหญ่-ชุมพร ปรับเปลี่ยนเป็น ชุมทางหาดใหญ่ - หลังสวน
- ขบวนรถพิเศษสินค้าที่ 985 กรุงเทพ-สุไหงโกลก ปรับเปลี่ยนเป็น กรุงเทพ - ชุมพร 
- ขบวนรถพิเศษสินค้าที่ 986 สุไหงโกลก-กรุงเทพ ปรับเปลี่ยนเป็น สุไหงโกลก - สุราษฎร์ธานี

สำหรับผู้โดยสารที่มีตั๋วเดินทางในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ หากไม่ประสงค์เดินทาง สามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar