ผลงานรัฐบาล เปิดประชาชนแก้หนี้ร่วมโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” 5 ขั้นตอนลงทะเบียน ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต

บทสรุป
รัฐบาลโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มุ่งลดภาระทางการเงินให้แก่ลูกหนี้ที่ประสบปัญหาในการชำระหนี้ ให้สามารถประคองตัว รักษาสภาพคล่องและสินทรัพย์สำคัญ ผ่านแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ที่จะช่วยลดภาระการผ่อนชำระต่องวด ประชาชนสามารถลงทะเบียนร่วมโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” โดยมี 5 ขั้นตอน สามารถตรวจสอบคุณสมบัติและเข้าร่วมโครงการได้ที่เว็บไซต์ www.bot.or.th/khunsoo เท่านั้น (ตลอด 24 ชั่วโมง) ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568  โดยสถาบันการเงินจะเริ่มติดต่อกลับตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2568 เป็นต้นไป หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสายด่วน ธปท. 1213 ทั้งนี้ ธปท. เตือนระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หลอกลวง ย้ำ ธปท. และสถาบันการเงินต่าง ๆ จะไม่ส่งลิงก์ ผ่านอีเมลหรือ SMS ถึงประชาชน และไม่มีค่าบริการทุกกรณี

สำหรับโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ประกอบด้วย 2 มาตรการ ได้แก่ 1. “จ่ายตรง คงทรัพย์” ช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อบ้าน รถ และ SMEs ขนาดเล็กที่มีวงเงินไม่สูงมาก 2. “จ่าย ปิด จบ” ช่วยลดภาระหนี้บุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสีย (NPL) มียอดคงค้างหนี้ไม่เกิน 5,000 บาท โดยรัฐบาลเชื่อว่า 2 มาตรการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ครอบคลุมลูกหนี้รวมจำนวน 2.1 ล้านบัญชี เป็นลูกหนี้ 1.9 ล้านราย และมียอดหนี้รวมประมาณ 8.9 แสนล้านบาท

รายละเอียด
(13 ธ.ค. 67) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มุ่งลดภาระทางการเงินให้แก่ลูกหนี้ที่ประสบปัญหาในการชำระหนี้ให้สามารถประคองตัว รักษาสภาพคล่องและสินทรัพย์สำคัญ ผ่านแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ที่จะช่วยลดภาระการผ่อนชำระต่องวด ขณะนี้มีประชาชนเข้ามาลงทะเบียนโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” จำนวนมาก อาจทำให้การเข้าใช้บริการสายด่วน ธปท. 1213 และระบบลงทะเบียนมีความล่าช้า แต่ประชาชนสามารถเข้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” 
1. ตรวจสอบรายละเอียด: เข้าไปที่เว็บไซต์ www.bot.or.th/khunsoo และตรวจสอบคุณสมบัติ รวมถึงเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
2. สมัครใช้งานด้วยระบบอีเมล หรือ ThaiID (ไทยดี) โดยสแกน QR บนแอปพลิเคชัน ThaiID เพื่อยืนยันตัวตน
3. กรอกข้อมูลการลงทะเบียน: ใส่ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล
4. ส่งคำขอแก้หนี้ โดยเลือก ผู้ให้บริการที่ต้องการเข้าร่วม และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการเข้าร่วม หากมีผู้ให้บริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการเข้าร่วมมากกว่า 1 แห่ง หรือ ประเภท สามารถกดเพิ่มได้
5. ยืนยันการลงทะเบียน: เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วน ให้ลูกหนี้เก็บหมายเลขคำร้องไว้ ระบบจะแสดงหมายเลขคำร้องให้เก็บไว้เพื่อติดตามสถานะ

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถจัดการภาระหนี้ได้อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างโอกาสในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชนทั่วประเทศ โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยผู้ลงทะเบียนทุกรายที่ลงทะเบียนในระยะเวลาดังกล่าวและมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขจะได้รับสิทธิ์เท่ากันทุกคน โดยสถาบันการเงินจะเริ่มติดต่อกลับตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2568 เป็นต้นไป และสามารถตรวจสอบสถานะคำร้องผ่าน เว็บไซต์ www.bot.or.th/khunsoo หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสายด่วน ธปท. 1213

เตือนระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง
ธปท. ออกคำเตือนให้ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ธปท. หรือ สถาบันการเงินต่าง ๆ ชักชวนเข้าร่วมโครงการ “คุณสู้ เราช่วย”
•    ลูกหนี้ควรลงทะเบียนด้วยตนเองทางเว็บไซต์ https://www.bot.or.th/khunsoo เท่านั้น 
•    ธปท. และสถาบันการเงินจะไม่ส่งลิงก์ ผ่านอีเมลหรือ SMS ถึงประชาชน
•    ไม่มีค่าลงทะเบียน ไม่มีค่าค้ำประกัน ไม่มีค่าปิดหนี้ ไม่มีค่าปลดล็อก SMS ทั้งสิ้น 
•    หากลูกหนี้มีข้อสงสัยในการลงทะเบียนสามารถติดต่อ Call center ของเจ้าหนี้ที่ลงทะเบียน กด 99 และสายด่วน ธปท. 1213

โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” 2 มาตรการ
กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน (Non-Banks) ได้ร่วมกันผลักดันมาตรการชั่วคราวเพิ่มเติม ภายใต้ชื่อโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและ SMEs เฉพาะกลุ่ม โดยมีกลไกการส่งเสริมวินัยทางการเงินควบคู่ไปกับการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการเสียวินัยในการชำระหนี้ (moral hazard) ในภายหลัง

โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ประกอบด้วย 2 มาตรการ 
    มาตรการที่ 1 “จ่ายตรง คงทรัพย์” ลดค่างวด 3 ปี ปีที่ 1 ชำระ 50% ของค่างวด ปีที่ 2 ชำระ 70% ของค่างวด ปีที่ 3 ชำระ 90% ของค่างวด โดยนำค่างวดไปตัดเงินต้นทั้งหมด ไม่เก็บดอกเบี้ย 3 ปี หากทำได้ตามเงื่อนไขตลอดมาตรการ สำหรับหนี้ที่เข้าร่วมได้ ดังนี้ 
•    สินเชื่อบ้าน วงเงินรวมต่อ 1 ธนาคารไม่เกิน 5 ล้านบาท 
•    สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์/car for cash ไม่เกิน 8 แสนบาท 
•    สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์/car for cash ไม่เกิน 5 หมื่นบาท 
•    สินเชื่อ SMEs ไม่เกิน 5 ล้านบาท
•    สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่รวมหนี้กับสินเชื่อบ้าน/รถ
ลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการได้ คือ ลูกหนี้รายย่อยและ SMEs 
•    เป็นหนี้ที่เกิดก่อน 1 มกราคม 2567
•    มีสถานะบัญชี ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 
•    ค้างชำระเกิน 30 วัน แต่ไม่เกิน 365 วัน
•    ไม่ค้างชำระหรือค้างไม่เกิน 30 วัน และเคยปรับโครงสร้างหนี้ (ปรับหนี้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 จากการค้างชำระเกิน 30 วัน)
เงื่อนไขการเข้าร่วมมาตรการ
•    ไม่สามารถกู้ยืมใหม่ได้ ในช่วง 12 เดือนแรก
•    มีการรายงานข้อมูลการเข้ามาตรการในเครดิตบูโร (NCB) 
มาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์” : มีวัตถุประสงค์หลักในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่วงเงินไม่สูงมาก ให้สามารถรักษาทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันทั้งบ้าน รถ และสถานประกอบการไว้ได้ โดยจะช่วยบรรเทาภาระหนี้ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตให้กับลูกหนี้ โดยค่างวดที่ลดลงจะทำให้ลูกหนี้มีสภาพคล่อง เหลือสำหรับดำรงชีพเพิ่มเติมระหว่างอยู่ในมาตรการ ขณะที่ดอกเบี้ยที่ได้รับยกเว้นจะช่วยให้ภาระหนี้โดยรวมของลูกหนี้ลดลง
    มาตรการที่ 2 “จ่าย ปิด จบ” ปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนและชำระหนี้ปิดบัญชีได้เร็วขึ้น เป็นการช่วยลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสีย (สถานะ NPL) แต่มียอดคงค้างหนี้ไม่เกิน 5,000 บาท โดยลูกหนี้จะต้องเข้ามาเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ เพื่อชำระหนี้บางส่วน 
หนี้ที่เข้าร่วมได้
•    สินเชื่อทุกประเภท (ที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน)
ลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการได้ คือ ลูกหนี้บุคคล 
•    มียอดหนี้คงค้าง (รวมดอกเบี้ย) ไม่เกิน 5,000 บาท/บัญชี 
•    มีสถานะบัญชี ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 ค้างชำระเกิน 90 วัน 
มาตรการ “จ่าย ปิด จบ” : มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้เสียและยอดหนี้ไม่สูง สามารถเปลี่ยนสถานะการเป็นหนี้ จาก “หนี้เสีย” เป็น “ปิดจบหนี้” และเริ่มต้นใหม่ได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยเชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ภาครัฐและเอกชนจึงร่วมกันออกโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและ SMEs ขนาดเล็ก ครอบคลุมลูกหนี้รวมจำนวน 2.1 ล้านบัญชี เป็นลูกหนี้ 1.9 ล้านราย และมียอดหนี้รวมประมาณ 8.9 แสนล้านบาท
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar