สรุปสถานการณ์และการช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม ในรอบวัน 2 ธ.ค. 2567

นายกเล็กฯนครยะลา สำรวจเส้นทางการไหลของน้ำ รับมือฝนที่จะตกระลอกต่อไป 4-5 ธันวาคมนี้

นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา และทีมงานสำนักช่าง เทศบาลนครยะลา ออกสำรวจเส้นทางระบายน้ำ เนื่องจากกรณีน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ มีเศษขยะ วัสดุ สิ่งของ ฯลฯ ลอยมาพร้อมกระแสน้ำ อาจจะเป็นอุปสรรคของการระบายน้ำได้ เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้แจ้งเตือนว่า จะมีฝนตกหนักอีกครั้งระหว่างวันที่ 4-5 ธันวาคมนี้ ปรากฎว่าบริเวณเส้นทางระบายน้ำบริเวณใต้สะพานใกล้ปั้มปตท. ทางไปสวนส้ม (มัรกัส) เขตเทศบาลเมืองสะเตงนอก ซึ่งเป็นเส้นทางหลักระบายน้ำจากเขตเทศบาลเมืองสะเตงนอก เทศบาลตำบลบุดี และรางระบายน้ำหมู่บ้านเมืองทอง เขตเทศบาลนครยะลา ไหลไปลงบึงแบเมาะ มีสิ่งกีดขวาง เป็นโป๊ะเหล็ก วัสดุก่อสร้าง ต้นไม้ ฯลฯ กีดขวางใต้สะพาน จึงประสาน รถขุดตักของอบจ ยะลา มาดำเนินการขุดลอก ให้น้ำไหลผ่านได้สะดวกรวดเร็ว  

นายกเล็กนครยะลา ชี้แจงกรณีน้ำประปาจ่ายน้ำไม่คลุมพื้นที่ 

ทั้งนี้ เทศบาลนครยะลามีโรงผลิตน้ำประปา 2 โรง คือบริเวณใกล้ศูนย์เยาวชนฯ และที่บริเวณริมแม่น้ำใกล้ชุมชนหัวสะพานสะเตง จากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปีนี้ โรงผลิตน้ำที่อยู่ริมแม่น้ำ ถูกน้ำท่วมส่งผลให้เครื่องผลิตน้ำประปาเสียหาย
จึงทำให้สามารถผลิตน้ำประปาได้เพียง 1 โรง ที่ศูนย์เยาวชน และผลิตได้ประมาณ 30 % เมื่อจ่ายน้ำออกไป บ้านที่อยู่ใกล้จึงจะได้รับน้ำก่อน ส่วนบ้านที่อยู่ไกลออกไปต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เนื่องจากแรงดันน้ำส่งไปไม่ถึง ทั้งนี้ สำหรับโรงผลิตอีกแห่ง เทศบาลฯ กำลังกู้ระบบการผลิตประปา โรงที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำปัตตานี ที่จมน้ำ โดยระบบตู้ควบคุมไฟฟ้า อุปกรณ์จ่ายสารเคมีเพื่อการผลิตประปา เช่น สารส้ม คลอรีน ต่างจมน้ำ จึงมีความจำเป็น ที่จะต้องใช้เวลา ทำให้ระบบไฟฟ้า ให้แห้งสนิท และเปลี่ยนมอเตอร์ ที่จ่ายสารเคมี ใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ปัจจุบันก็มีการจ่ายน้ำจาก โรงผลิตประปา ที่ตั้งอยู่ข้างศูนย์เยาวชน ตั้งแต่ระดับน้ำเริ่มลดจากโรงสูบน้ำดิบริมแม่น้ำปัตตานี แต่ด้วยความต้องการใช้นำ้เป็นจำนวนมากในเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้คนที่อาศัยอยู่ไกลจากแหล่งผลิต ก็ยังไม่ได้รับน้ำในขณะนี้ การผลิตในโรงที่ 2 เพิ่งได้เริ่มการผลิต แต่ต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง ในการเติมเต็มตามท่อ จึงต้องขออภัยในความไม่สะดวก

มฑบ.42 ร่วมทำความสะอาดก่อนเปิดเรียน โรงเรียนบ้านหน้าควนลัง

พันเอก กุดั่น ทองคำ ผู้บังคับกองพันมณฑลทหารบกที่ 42 ได้จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับ คณะครูและ นักเรียน โรงเรียนบ้านหน้าควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ออกเร่งช่วยเหลือประชาชน ทำความสะอาดโรงเรียน ฟื้นฟูสภาพบริเวณรอบ พร้อมขนย้ายเศษวัสดุ และ เศษขยะ ออกจากโรงเรียน ทั้งนี้เพื่อฟื้นฟูโรงเรียนให้กลับสู่สภาวะปกติ  พร้อมเปิดเรียน และช่วยบรรเทาความเดือดของประชาชนให้เร็วที่สุด  

ทน.หาดใหญ่ โชว์ภาพมุมสูง น้ำลดลงกลับสู่ภาวะปกติ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์เทศบาลนครหาดใหญ่ ได้เผยแพร่ภาพมุมสูงบริเวณเมืองหาดใหญ่ และจุดสำคัญต่างๆ ทำให้เห็นสภาพน้ำในพื้นที่โดยรอบเมืองหาดใหญ่ที่เริ่มลดลงมาก และกำลังกลับเข้าสู่สภาวะปกติ น้ำในคลอง ร.1 คลองอู่ตะเภา และที่ม่วงก๊อง ระบายน้ำออกสู่ทะเลสาบได้อย่างรวดเร็ว ปริมาณน้ำลดลงมาก

ผวจ.สงขลา เตรียมพร้อมฟื้นฟูพื้นที่

เฟซบุ๊ค จังหวัดสงขลา ได้โพสภาพและข้อความของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ว่า  เพราะสุขอนามัยของชาวสงขลาเป็นเรื่องสำคัญ 
 สิ่งที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน คือ การจัดการกับขยะและซากสิ่งของที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งอาจเป็นปัญหาสุขอนามัยและกลิ่น หากปล่อยไว้นานเกิน 2-3 วัน จังหวัดได้ประสานอำเภอและท้องถิ่น เตรียมเครื่องจักร กำลังคน และรถทุ่นแรงสำหรับเข้าเก็บกวาดนำขยะไปกำจัดยังบ่อขยะของเทศบาล โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในระยะเวลาที่สั้นที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่

และได้โพสข้อความ จะเร่งพร่องน้ำในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ เพื่อลดผลกระทบน้ำขังพื้นที่การเกษตรและปศุสัตว์ โดยได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของพี่น้องใน 4 อำเภอของคาบสมุทรสทิงพระ ตอนนี้ได้สั่งการให้นายอำเภอและท้องถิ่นเฝ้าระวังต่อเนื่องให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ในช่วงที่ยังมีความต่างระหว่างน้ำด้านในกับอ่าวไทย ส่วนหากระดับน้ำเท่ากัน ก็ให้เดินเครื่องสูบน้ำทันที  ส่วนปัญหาน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน ขณะนี้ได้มอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด และนายอำเภอรีบเข้ามาดูแล
โดยเฉพาะการดำรงชีพของพี่น้องประชาชน อาหารการกิน รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรม ปศุสัตว์ต้องเข้ามาดูแล อาจต้องสร้างเพิงพักให้กับสัตว์ กำชับให้ช่วยดูแลเรื่องอาหารและสุขาภิบาลสัตว์อย่าให้เสียหายมากเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน

ปศุสัตว์สงขลา ช่วยเหลือเกษตรกรฟาร์มไก่ 

นายพินิจ สวัสดิรักษา ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา นำทีมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือเกษตรกรฟาร์มไก่ ผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมหนักในจังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับความเสียหายไก่เนื้อ ไก่ไข่ ตายยกฟาร์ม รวมทั้งสิ้น จำนวน 74,700 ตัว โดยได้ให้ความช่วยเหลือในการเก็บกู้และฝังกลบซากสัตว์ปีกที่จมน้ำเพื่อป้องกันโรคระบาด/ กลิ่น/ และมลภาวะ ในพื้นที่ตำบลป่าชิง อำเภอจะนะ และจะดำเนินการช่วยเหลือในอำเภอเทพา จังหวัดสงขลาต่อไปในวันนี้ (2 ธ.ค.67) โดยหลังจากนี้ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลาจะเร่งสำรวจความเสียหายทั้งหมดของเกษตรกรในพื้นที่ ในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบราชการ ตลอดจนวางแผนฟื้นฟูภายหลังน้ำลด เพื่อที่เกษตรกรจะสามารถกลับมาประกอบอาชีพและมีรายได้ตามปกติโดยเร็ว


มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ที่ สถานสงเคราะห์เด็กชายยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ในการปรุงและผลิตอาหารของโรงครัวพระราชทานจาก  มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ดำเนินการโดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดตั้งเป็นวันที่ 2 โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถานสงเคราะห์เด็กชาย ตลอดจนจิตอาสา จากภาคส่วนต่าง ๆ หน่วยงานราชการ และเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. ร่วมกันปรุงและบรรจุอาหาร วันละ 2 มื้อ ได้แก่ มื้อเที่ยงจำนวน 1,000 กล่อง  เมนูผัดเปรี้ยวหวานไก่ ไข่ดาว และมื้อเย็นจำนวน 1,000 กล่อง เมนูเครื่องแกงไก่ + ไก่ยอ รวม 2,000 กล่อง เพื่อส่งต่อให้กับผู้แทนชุมชน หน่วยงาน นำไปแจกจ่ายให้กับพระภิกษุ สามเณร ณ วัดต่างๆ ในพื้นที่  และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จชต.

ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการดำเนินงานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มาจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน 2 จุดด้วยกัน จุดแรกคือสถานสงเคราะห์เด็กชาย จังหวัดยะลา โดยทำโรงครัวตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม รวม 5 วัน วันละ 2,000 กล่อง ได้แก่ มื้อเที่ยง 1,000 กล่อง รวมมื้อเย็นอีก 1,000 กล่อง จุดที่ 2 จัดตั้งที่โรงครัววังพญา ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาสังคม จะทำตั้งแต่วันที่ 1-7 ธันวาคม วันละ 2,000 กล่อง โดยจะมีจิตอาสาที่มารับ รวมถึงทางผู้แทนของหน่วยงานจังหวัดไปแจกจ่ายพร้อมน้ำดื่ม

ด้านรถครัวพระราชทานทัพเรือภาคที่ 2 กองทัพเรือ ประกอบอาหารช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอระโนด เพื่อบรรเทาความทุกข์ สร้างความสุข และเติมเต็มรอยยิ้มให้กับชาวบ้าน โดยนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาและคณะ ได้ลงพื้นที่วัดเกษตรชลธี หมู่ที่ 1 ตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นจุดตั้งครัวพระราชทานทัพเรือภาคที่ 2 กองทัพเรือ โดยมีการประกอบอาหารปรุงสุกแจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยกว่า 100 ครัวเรือน วันละ 2 มื้ออย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ความช่วยเหลือนี้มุ่งบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมสร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่ชาวบ้านที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำท่วมขังในพื้นที่

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่จังหวัดนราธิวาส โดยล่าสุดมีประชาชนได้รับกระทบจากอุทกภัย  กว่า 3.3 แสนคน ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเต็นท์ 26 หลัง//จังหวัดนราธิวาส มอบเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิต 2 คน รวม 59,400 บาท มอบข้าวกล่อง 93,477 กล่อง น้ำดื่ม 148,352 ขวด ถุงยังชีพ 10,777 ถุง และอื่น ๆ อีกทั้งมอบหญ้าแห้ง 190 ฟ่อน อาหารสัตว์/อาหารหมัก TMR เป็นต้น  ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือยังคงดำเนินการอย่างเนื่อง จนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar