กระทรวงการคลัง รายงานความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ผลการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 66 - 7 พ.ย. 67 มีประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบได้รับอนุมัติให้ความช่วยเหลือทางการเงินไปแล้ว จำนวน 22,400 ราย ยอดอนุมัติรวมทั้งสิ้น 1,064.69 ล้านบาท พร้อมพิจารณาปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ โดยคำนึงถึงประโยชน์และการคุ้มครองประชาชนให้ดียิ่งขึ้น
กระทรวงการคลัง เผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
(8 พ.ย. 67) นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าของการดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของกระทรวงการคลังที่ร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผ่านมาตรการสินเชื่อต่าง ๆ ได้แก่ โครงการสินเชื่อธนาคารประชาชน สินเชื่อเพื่อชำระหนี้สินนอกระบบ สินเชื่อกองทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจน รวมถึงมาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือและรองรับลูกหนี้นอกระบบที่ลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยผลการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 - 7 พฤศจิกายน 2567 มีประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบได้รับอนุมัติให้ความช่วยเหลือทางการเงินไปแล้วจำนวน 22,400 ราย ยอดอนุมัติรวมทั้งสิ้น 1,064.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากแถลงข่าวกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา จำนวน 937 ราย และมียอดอนุมัติเพิ่มขึ้น 39.72 ล้านบาท
ส่งเสริมสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ เพื่อเป็นช่องทางให้เจ้าหนี้นอกระบบเข้ามาประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง
สำหรับเจ้าหนี้นอกระบบ กระทรวงการคลังได้ส่งเสริมให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) เพื่อเป็นช่องทางให้เจ้าหนี้นอกระบบสามารถเข้ามาประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยปัจจุบัน ณ เดือนตุลาคม 2567 มีนิติบุคคล (บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด) ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ และเปิดดำเนินการแล้ว 1,143 ราย ใน 75 จังหวัด และ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2567 มีการอนุมัติสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้กับประชาชนรายย่อยสะสมทั้งสิ้น 4,614,023 บัญชี เป็นจำนวนเงินรวม 44,723.36 ล้านบาท โดยเป็นยอดสินเชื่อคงค้าง 368,429 บัญชี เป็นจำนวนเงินรวม 7,102.59 ล้านบาท โดยนิติบุคคลที่สนใจประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์สามารถดูข้อมูลการยื่นคำขออนุญาตได้ที่ www.1359.go.th หรือโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1359
รู้จักสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance)
กระทรวงการคลัง เล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นที่ต้องเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบให้กับประชาชนรายย่อย ซึ่งจะเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบไปพร้อมกันด้วย จึงได้อนุญาตให้มีการประกอบธุรกิจการให้สินเชื่อรายย่อยประเกทใหม่ในระบบสถาบันการเงินไทย ได้แก่
“สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์)” โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเกท ได้แก่
1) ประเภทพิโกไฟแนนซ์ และ 2) ประเภทพิโกพลัส" และมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นผู้กำกับดูแล
ลักษณะของสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์
• เป็นทางเลือกของประชาชนที่จะกู้ยืมเงินในระบบยามฉุกเฉินและจำเป็น
• เป็นสินเชื่อระดับจังหวัดที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
• เป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ทั้งแบบที่มีหลักทรัพย์ และไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
• เป็นสินเชื่อที่คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก
• เป็นโอกาสของผู้มีเงินทุนที่จะให้กู้ยืมแก่ประชาชนทั่วไป โดยเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าร้อยละ 15 ต่อปี และได้มีสถานะเป็นสถาบันการเงินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
• ผู้ให้บริการสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างสะดวกและคล่องตัว เนื่องจากเป็นการให้บริการในระดับจังหวัด จึงสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์
1. ผู้ประกอบธุรกิจต้องเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด เท่านั้น โดยแบ่งตามประเภท ดังนี้
1.1 สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ประเภทพิโกไฟแนนซ์
• มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว หรือเงินลงหุ้นตามแต่กรณีซึ่งไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท
• กรณีของนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจอื่นอยู่เดิม จะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว หรือเงินลงหุ้นไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นหรือส่วนของผู้เป็นหุ้นส่วนที่ปรากฏในงบการเงินปีล่าสุดไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท
1.2 สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ประเภทพิโกพลัส
• มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว หรือเงินลงหุ้นตามแต่กรณีซึ่งไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
• กรณีของนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจอื่นอยู่เดิม จะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว หรือเงินลงหุ้นไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นหรือส่วนของผู้เป็นหุ้นส่วนที่ปรากฏในงบการเงินปีล่าสุดไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
2. ต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเมื่อได้รับอนุญาตแล้วต้องแจ้งวันเริ่มประกอบธุรกิจเป็นหนังสือให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังทราบ และต้องเปิดดำเนินการภายใน 1 ปี
3. คิดอัตราดอกเบี้ย อัตรากำไรจากการให้สินเชื่อ ดอกเบี้ยผิดนัดชำระ ค่าปรับ ค่าบริการ หรือค่าธรรมเนียมอื่นใด (อัตราดอกเบี้ยฯ)
3.1 กรณีวงเงินสินเชื่อ 50,000 บาท
• การให้สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์คำประกัน คิดอัตราดอกเบี้ยฯ ไม่เกินร้อยละ 33 ต่อปี (แบบลดต้นลดดอก)
• การให้สินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คิดอัตราดอกเบี้ยฯ ไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี (แบบลดต้นลดดอก)
3.2 กรณีวงเงินสินเชื่อที่เกิน 50,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
• คิดอัตราดอกเบี้ยฯ ไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปี (แบบลดต้นลดดอก)
4. ผู้ประกอบธุรกิจห้ามระดมเงินทุนจากประชาชนทั่วไป ต้องใช้เงินตนเองในการประกอบธุรกิจ
5. คิดค่าใช้จ่ายในการทวงถามหนี้ได้ตามจริง ไม่เกิน 50 บาท/ราย/เดือน (ทั้งนี้ เรียกเก็บได้เมื่อลูกหนี้แต่ละรายมีหนี้ค้างชำระ หรือหนี้ที่ถึงกำหนดชำระ สะสมเกินกว่า 1,000 บาท)
6. นำส่งรายงานการให้สินเชื่อรายเดือน และงบการเงินประจำปีปฏิทินมายังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
ลักษณะการใช้บริการ (ผู้กู้)
1. ผู้กู้ต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีความสามารถในการชำระหนี้
2. ผู้กู้ต้องมีทะเบียนบ้าน หรืออาศัย หรือทำงาน อยู่ในจังหวัดเดียวกับที่ผู้ประกอบธุรกิจได้รับอนุญาต
3. การกู้ยืมอาจใช้หรือไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันก็ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ประกอบธุรกิจ
4. สินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์ ผู้กู้สามารถกู้ยืมเงินได้ไม่เกิน 50,000 บาท โดยจ่ายดอกเบี้ยรวมถึงค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมอื่นใด ไม่เกินร้อยละ 33 ต่อปี (แบบลดต้นลดดอก) หรือร้อยละ 36 ต่อปี (แบบลดต้นลดดอก)
5. สินเชื่อประเภทพิโกพลัส ผู้กู้สามารถยืมเงินได้ไม่เกิน 100,000 บาท
5.1 วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 50,000 บาท : จ่ายดอกเบี้ยรวมถึงค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมอื่นใดไม่เกินร้อยละ 33 ต่อปี หรือร้อยละ 36 ต่อปี (แบบลดต้นลดดอก)
5.2 วงเงินสินเชื่อเกินกว่า 50,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท : จ่ายดอกเบี้ยรวมถึงค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมอื่นใดไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปี (แบบลดต้นลดดอก)
6. ผู้กู้มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขอื่นที่ผู้ประกอบธุรกิจกำหนด
7. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง สายด่วน 1359 กด 3
ที่มา: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
ปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจ คำนึงถึงปรโยชน์ประชาชนเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ได้มีการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคำนึงถึงประโยชน์และการคุ้มครองประชาชนให้ดียิ่งขึ้น การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น
การส่งเสริมการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้มีความโปร่งใสและมีมาตรฐานเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับ
ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 12 - 27 ก.ย. 67 และได้จัดทำสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวเผยแพร่ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) และเว็บไซต์ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (www.fpo.go.th) เพื่อทราบต่อไป