มาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ประชาชนระยะเร่งด่วนเดือนพฤษภาคม 2566 ให้ส่วนลดแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยจำนวน 150 บาทต่อราย

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า จากสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าของประชาชนประเภทบ้านที่อยู่อาศัยในช่วงฤดูร้อนปี 2566 ที่ผ่านมาต่างได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น และสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงเห็นถึงความจำเป็นสำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชนระยะเร่งด่วนในส่วนของค่าไฟฟ้า ดังนี้

1. มาตรการต่อเนื่องของกระทรวงพลังงานที่ได้ดำเนินการอยู่ (กลุ่มเปราะบาง) สำหรับงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2566 (4 เดือน) โดยกำหนดให้เป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าก่อนการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราส่วนลดเดียวกันกับช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2566

- ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 1-150 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 92.04 สตางค์ต่อหน่วย

- ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 151-300 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 67.04 สตางค์ต่อหน่วย

2. มาตรการช่วยเหลือประชาชนระยะเร่งด่วน (เดือนพฤษภาคม) ให้ส่วนลดแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยในพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าภูมิภาค และผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่บริการของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ จำนวน 150 บาทต่อราย โดยกำหนดให้เป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าก่อนการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในรอบบิลเดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งเป็นช่วงเดือนที่มีสถิติความต้องการไฟฟ้าสูงสุดของประเทศและจะเริ่มลดลงในเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ เพื่อเป็นลดภาระของประชาชนซึ่งผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้า ไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน จำนวน 23.40 ล้านราย

สำหรับโครงสร้างค่าไฟและค่า Ft สำหรับค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายนั้นประกอบไปด้วย 4 ส่วน แบ่งออกเป็น

1. ค่าไฟฐาน คือ ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้า เช่น ต้นทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ระบบ สายส่ง สายจำหน่าย และการผลิตพลังงานไฟฟ้า รวมถึงเงินสมทบกองทุน

2. ค่าบริการ คือ ต้นทุนในการอ่านและจดหน่วย การจัดทำและส่งบิลค่าไฟฟ้า ระบบรับชำระค่าไฟฟ้า

3. ค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ ค่า Ft คือ ค่าไฟฟ้าที่ปรับเปลี่ยนตามการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง และค่าซื้อไฟฟ้า ที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมของการไฟฟ้า ซึ่งจะมีการปรับทุก ๆ 4 เดือน

4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

โดยโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ใช้คิดคำนวณตามสูตรเพื่อเรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งประกอบไปด้วย ค่าไฟฟ้าฐาน + ค่า Ft + ภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งปัจจุบันได้ลดค่า Ft งวดที่ 2 เดือน พ.ค.-ส.ค.66 ตามมติ จาก 4.77 บาทต่อหน่วย เหลือ 4.70 บาทต่อหน่วย จากการยอมรับภาระค่า Ft ของ กฟผ.เพิ่มจาก 6 งวด เป็น 7 งวด โดยลดลงมาอีก 7 สตางค์ เพื่อให้อยู่ในกรอบ การรับภาระได้ใน 2 ปี ซึ่ง กฟผ.แบกภาระได้ถึงงวดเดือน ม.ค. - เม.ย. 2568 เพื่อไม่ให้กระทบผลต่อการกู้เงินและเครดิต กฟผ.

 

แหล่งที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230428101321903


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar