นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชขั้นตอนการปลูก โดยการหยอด หรือหว่านเมล็ด ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญหากในขั้นตอนการปลูกไม่มีประสิทธิภาพจะส่งผลต่อความงอกของเมล็ดและการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง ซึ่งจะทำให้ผลผลิตลดลงตามไปด้วย
ขั้นตอนการปลูกโดยใช้เครื่องหยอดที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน สามารถหยอดพืชได้เฉพาะอย่างเท่านั้น เนื่องจากเมล็ดพันธุ์แต่ละชนิดมีขนาดเมล็ดที่ไม่เท่ากัน และอย่างไรก็ตามหากนำเครื่องหยอดเมล็ดพร้อมใส่ปุ๋ยรองพื้นที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันมาประยุกต์ให้สามารถหยอดเมล็ดพืชและปุ๋ยให้ได้อัตราที่หลากหลายเพื่อให้ได้อัตราหยอดตามคำแนะนำการปลูกของพืชแต่ละชนิดจำเป็นต้องดัดแปลงเครื่องหยอดจึงทำให้เกิดความยุ่งยาก รวมทั้งการปรับเปลี่ยนอัตราการหยอดด้วยวิธีดังกล่าวยังไม่มีความแม่นยำอีกด้วย
จากปัญหาดังกล่าวคณะผู้วิจัยจากสถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร จึงมีแนวคิดวิจัยและพัฒนาเครื่องหยอดเมล็ดพืชและหยอดปุ๋ยแบบอัตโนมัติสำหรับพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนอัตราการหยอดเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยให้ได้ตรงตามคำแนะนำเทคโนโลยีการปลูกพืช ข้าวโพด ถั่วเหลือง และถั่วเขียว โดยการควบคุมอัตราการหยอดแบบอัตโนมัติดังกล่าวจะควบคุมด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ ควบคุมอัตราการหยอดปุ๋ย โดยใช้เอ็นโค้ดเดอร์วัดความเร็วการเคลื่อนที่จากล้อขับ
จากการทดสอบเครื่องหยอดพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ โดยได้ติดตั้งและทดสอบการทำงานกับเครื่องหยอดของ บริษัท พรเจริญ (ช่างคิด) โดยผลการทดสอบอัตราการหยอดเมล็ดพืชและปุ๋ย พบว่า เครื่องหยอดเมล็ดพืชและปุ๋ยแบบอัตโนมัติสามารถกำหนดอัตราการหยอดได้ตรงตามคำแนะคำเทคโนโลยีการปลูกพืชของกรมวิชาการเกษตรได้อย่างแม่นยำ ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตในขั้นตอนการเพาะปลูกได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันการผลิตพืชไร่ของไทยและสามารถช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในขั้นตอนการเพาะปลูก เพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืช
ที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220824105846436