นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกระจกเงา ว่า วันนี้ได้หารือกับมูลนิธิกระจกเงาหลายเรื่อง อาทิ ปัญหาคนไร้บ้าน คนจนเมือง การจัดการขยะ การจ้างงานผู้สูงอายุ ซึ่งการจ้างงานถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เฉพาะเรื่องเงิน แต่เป็นการสร้างความภูมิใจในการใช้ชีวิต รวมทั้งการมีสังคมร่วมกับผู้อื่น ในวันนี้ก็มีอาสาสมัครคนรุ่นใหม่มาทำงานร่วมกับผู้สูงอายุซึ่งได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน มูลนิธิมีการบริหารจัดการหลายๆ อย่างที่ดีมาก เข่น การแยกขยะ การนำขยะไปขาย สำหรับ กทม. ขยะคือรายจ่าย แต่สำหรับมูลนิธิฯ ขยะคือรายได้ กทม. อาจต้องเรียนรู้จากมูลนิธิฯ ซึ่งในเมืองใหญ่หลายแห่งในโลกจะมีมูลนิธิแบบนี้ที่ช่วยบริหารจัดการ เป็นหนึ่งในตัวช่วยที่เสริมการสร้างงานและจัดการขยะให้กับเมือง
ด้านนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สิ่งที่ก ทม. จะดำเนินการต่อคือ การเรียนรู้โมเดลที่จะทำร่วมกันกับมูลนิธิฯ รวมทั้งมีโครงการที่จะเปิดบ้านอิ่มใจอีกครั้งเพื่อดูแลคนไร้บ้าน โดยจะปรับการให้บริการเป็นรูปแบบ “พื้นที่สวัสดิการ” จากเดิมการใช้บริการบ้านอิ่มใจ ต้องลงทะเบียนเข้าพักค้างก่อนจึงจะได้รับสวัสดิการ แต่รูปแบบใหม่จะให้บริการด้านสวัสดิการก่อน ไม่ต้องลงทะเบียน นอกจากนี้ กทม. มีอัตราการจ้างงานหลายภาคส่วน อาจจะพิจารณาจ้างคนไร้บ้านเข้ามาเสริมในเรื่องการแยกขยะเพื่อเป็นการช่วยเหลือคนไร้บ้านทั้งในเรื่องที่พักและการจ้างงานด้วย ซึ่งจากการดำเนินการของมูลนิธิฯ พบว่า หากคนไร้บ้านทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ จะมีรายได้สามารถเช่าที่พักได้ มีงานทำอย่างต่อเนื่องและมีสวัสดิการจะทำให้คนไร้บ้านสามารถกลับสู่ภาวะสังคมปกติได้
ที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220720194650339