นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า หลังจากเปิดภาคการเรียนการสอนแบบ On-site มาได้ 1 เดือน ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เด็กนักเรียนกลับมาใช้ชีวิตส่วนใหญ่ภายในโรงเรียนมากยิ่งขึ้น กรมอนามัยจึงแนะนำให้โรงเรียนจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันภายในโรงเรียน เพื่อฝึกให้เด็กรู้จักแปรงฟันตนเองและเรียนรู้ว่าการแปรงฟันเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน เมื่อเด็กแปรงฟันเป็นประจำ จะเกิดความเคยชินกับการมีสภาพช่องปากสะอาด ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุและเหงือกอักเสบ
จากผลการศึกษาของนางสาวปาจรียภัทร นาควารี และนางสาวชนิกา โรจน์สกุลพานิช สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย เรื่อง ชีวิตวิถีใหม่กับการยกระดับกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในเด็กนักเรียน ที่ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง Like talk KM ในการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 15 ที่ผ่านมา พบว่า การสนับสนุนให้โรงเรียนจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันแบบ New Normal ส่งผลให้นักเรียนประถมศึกษามีพฤติกรรมการแปรงฟันเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 92.9 ในปี 2562 เป็นร้อยละ 97.2 ในปี 2563 เป็นการป้องกันและลดปัญหาฟันผุในเด็ก จากการฝึกทักษะการแปรงฟันที่ถูกต้องที่โรงเรียน ส่งผลให้เด็กมีอนามัยช่องปากที่ดี ลดความเสี่ยงฟันผุ ทำให้เด็กไม่จำเป็นต้องไปรับบริการอุดฟัน หรือถอนฟัน ผู้ปกครองก็ไม่ต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางพาเด็กไปทำฟัน ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
ครูประจำชั้นควรจัดให้มีกิจกรรมการแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน แบบ “New Normal” ในห้องเรียน ด้วยการให้เด็กนักเรียนแปรงฟันในห้องเรียนโดยนั่งที่โต๊ะเรียน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของน้ำลายละอองน้ำ กรณีห้องเรียนแออัด ให้เหลื่อมเวลาในการแปรงฟัน ก่อนแปรงฟันทุกครั้งให้ล้างมือให้สะอาด หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มและเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ครูประจำชั้นเทน้ำในแก้วให้นักเรียน เมื่อแปรงเสร็จ เทน้ำรวมใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ ให้ครูประจำชั้นนำไปเททิ้งในที่ระบายน้ำของโรงเรียนและมีการตรวจความสะอาดฟันหลังการแปรงฟันด้วยตนเองทุกวัน โดยอาจมีกระจกของตัวเองในการตรวจดูความสะอาด เสริมด้วยกิจกรรมการย้อมสีฟัน อย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการตรวจความสะอาดหลังแปรงฟัน
ที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220621145415843