[English language below]
ตามรายงานจาก, กองทัพบก, กองทัพภาคที่ 2 , ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ได้สรุปเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ดังนี้:
สถานการณ์โดยรวม ตรวจพบความเคลื่อนไหวทหารฝ่ายกัมพูชาในบางพื้นที่ ปัจจุบันกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ฝ่ายไทยจัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตอบโต้ตามสถานการณ์
กองทัพบกได้รับรายงานการเสียชีวิตของ พลทหาร พิทยุตท์ โสดา อายุ 20 ปี สังกัดกองพันทหารราบที่ 21 หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 เวลา 18.15 น. ภายในห้องสุขาหน้าปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ผู้เสียชีวิตเป็นทหารกองประจำการ รุ่น 1/67 เข้ารับราชการโดยสมัครใจ ในโครงการพลทหารออนไลน์ เบื้องต้นไม่พบโรคประจำตัว ยาเสพติด ภาวะเครียด หรือบาดแผล ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง กองทัพบกขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต เชิดชูในความเสียสละ และจะดูแลช่วยเหลือครอบครัวอย่างครบถ้วนตามสิทธิและระเบียบราชการ
กัมพูชาชี้ความคืบหน้าหลังหยุดยิง – ไทยย้ำกัมพูชายังแอบละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ด้วยทุ่นระเบิด และบิดเบือนข่าวสาร
จากกรณีเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2568 สำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชา รายงานว่า พลโท (หญิง) มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์ภายหลังข้อตกลงหยุดยิง โดยระบุว่า
"ฝ่ายกัมพูชายังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมต่อเนื่องจากการประชุม GBC ซึ่งสะท้อนถึงเจตจำนงร่วมกันในการรักษาสันติภาพ ตัวอย่างที่ชัดเจน ได้แก่ การประชุม RBC ระหว่างภูมิภาคทหารที่ 3 ของกัมพูชากับกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดของไทย เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 68 และการประชุมระหว่างภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชากับกองทัพภาคที่ 1 ของไทย เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 68 ซึ่งสะท้อนถึงการที่ทั้งสองฝ่ายให้ความเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายไทยเร่งรัดการส่งตัวทหารกัมพูชาทั้ง 18 นาย กลับประเทศ โดยกล่าวหาว่าทหารไทยได้จับกุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย"
ต่อกรณีดังกล่าว พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า"ฝ่ายไทยมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงพันธมิตรและองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันว่าฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และยึดหลักการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ภายใต้กรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ และกฎบัตรอาเซียน ซึ่งไทยได้ยึดถือและปฏิบัติมาโดยตลอดจนเป็นที่ประจักษ์ ก่อนเกิดเหตุความตึงเครียดที่ผ่านมา
หลายฝ่ายกังวลว่าการประชุมทวิภาคีอาจเป็นเพียงข้อตกลงบนเอกสารเพื่อภาพลักษณ์ โดยที่ผ่านมา กัมพูชาละเมิด MOU หลายครั้ง และล่าสุดก็ยังไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงครบถ้วน โดยเฉพาะเรื่องทุ่นระเบิดและการบิดเบือนข่าวสาร จึงต้องติดตามต่อไปว่าสิ่งที่ตกลงไว้จะนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้หรือไม่
สำหรับกรณีเชลยศึก ยืนยันว่าการปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และสอดคล้องกับหลักมนุษยธรรมสากล อีกทั้งก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกาชาดสากล (ICRC) ได้เข้าเยี่ยมเชลยศึกทหารกัมพูชา 18 นาย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีความน่ากังวลใด ๆ
สรุปสถานการณ์ผู้ได้รับผลกระทบ (ยอดสะสมถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2568)
1. พลเรือน
• เสียชีวิตทางตรง: 14 ราย
• บาดเจ็บ: 39 ราย
รวมทั้งสิ้น: 53 ราย
2. ทหาร
• เสียชีวิต: 18 นาย
• บาดเจ็บ: 269 นาย
รวมทั้งสิ้น: 287 นาย
กองทัพบกยืนยันไม่เคยใช้สงครามจิตวิทยา ตรงกันข้ามคือกัมพูชาที่บิดเบือนข้อเท็จจริงมาตลอด พร้อมย้ำไทยยึดมั่นปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงผ่านกลไก GBC–RBC และพร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ต่อประชาคมโลก
จากกรณีที่เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 สำนักงาน Fresh News ของกัมพูชาได้เผยแพร่ถ้อยแถลงของ นายเพน โบนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี/หัวหน้าโฆษกรัฐบาลกัมพูชา เกี่ยวกับความคืบหน้าการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงกัมพูชา–ไทย โดยสรุปเป็น 4 ประเด็น ดังนี้
1. ความเป็นเอกภาพอันแน่นแฟ้นของชาวกัมพูชา ทำให้ “สงครามจิตวิทยา” และกลอุบายข้อมูลเท็จที่ฝ่ายไทยพยายามใช้เพื่อบ่อนทำลายขวัญกำลังใจของประชาชน ต้องล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
2.กัมพูชายังคงเดินหน้าปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงกับไทย ผ่านการประชุม GBC และ RBC ซึ่งมีผลเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง และยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี
3.การดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงอยู่ภายใต้สายตาของประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ จีน มาเลเซีย รวมถึงคณะทูตและผู้แทนฝ่ายทหารจากต่างประเทศ
4.ความเป็นหนึ่งเดียวของชาวกัมพูชาทั้งในและนอกประเทศ ที่ร่วมกันชูธงชาติและส่งเสียงสนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน พร้อมชื่นชมกองทัพและกองกำลังติดอาวุธทุกหน่วยที่ปกป้องประเทศอย่างแข็งขัน
ต่อประเด็นดังกล่าว โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงตอบโต้ว่า
ประการแรก ประเทศไทยไม่เคยใช้ “สงครามจิตวิทยา” ต่อกัมพูชา ตรงกันข้ามคือฝ่ายกัมพูชาที่เป็นผู้ใช้วิธีการดังกล่าว ทั้งในรูปแบบการโฆษณาชวนเชื่อและการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตนเอง ขณะที่ประเทศไทยยึดมั่นเพียงการนำเสนอข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบและพิสูจน์ได้ ไม่เคยใช้วิธีการที่เป็นการบิดเบือนหรือสร้างความเข้าใจผิด ที่สำคัญไทยมีเสรีในการนำเสนอข่าว พร้อมเปิดให้สำนักข่าวทั้งในและต่างประเทศเข้าทำข่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทราบว่าทางกัมพูชาอาจไม่ให้ความสำคัญ โดยดูจากสื่อภายในประเทศกัมพูชาเอง ที่ยังถูกควบคุมและห้ามนำเสนอข่าวข้อเท็จจริงต่อประชาชนกัมพูชา
ประการที่สอง เกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ไทยได้แสดงความจริงใจและยึดมั่นในทุกข้อตกลงมาโดยตลอด การประชุมผ่านกลไก GBC และ RBC ถือเป็นช่องทางสำคัญที่ไทยยืนยันพร้อมใช้เพื่อแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี แต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่แสดงให้เห็นว่ากัมพูชามักเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง เช่น การเคลื่อนไหวของกำลังทหารในพื้นที่อธิปไตยไทย การลอบวางทุ่นระเบิด และการขัดขวางการทำงานของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดยังมีการพยายามบิดเบือนผลการประชุม RBC ในวันที่ 22 ส.ค. 68 ที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายไทยได้ประท้วงไปแล้ว สิ่งเหล่านี้สะท้อนชัดว่ากัมพูชาไม่ได้มีความจริงใจจะปฏิบัติตามที่กล่าวอ้าง
ประการที่สาม ในประเด็นที่กัมพูชาระบุว่าการหยุดยิงอยู่ภายใต้สายตาประชาคมโลก โฆษกกองทัพบกชี้แจงว่า ไทยเองได้ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการสื่อสารกับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นองค์การระหว่างประเทศ คณะทูต หรือผู้แทนกองทัพจากนานาชาติ โดยไทยนำเสนอข้อมูลตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่าไทยเป็นฝ่ายรุกราน ทั้งนี้ นอกจากฝ่ายไทยจะใช้การสื่อสารด้วยการประท้วงและชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ยังแสดงให้สังคมโลกเห็นถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ต่างๆ ในพื้นที่ ทั้งทุ่นระเบิดที่พบ และพื้นที่พลเรือนที่เสียหาย ที่ไม่สามารถบิดเบือนได้
ประการสุดท้าย โฆษกกองทัพบกขอขอบคุณประชาชนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ได้แสดงออกถึงการยืนหยัดเคียงข้าง และให้การสนับสนุนกองทัพ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ รวมถึงรัฐบาล ในรูปแบบที่เป็นไปตามธรรมชาติ โดยไม่มีลักษณะการแสดงแสดงออกในเชิงจัดตั้งขึ้นเพื่อหวังผลในเชิงจิตวิทยาแต่อย่างใด ซึ่งเสียงสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในสังคมไทยเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงพลังความสามัคคีและความรักชาติของคนไทยอย่างชัดเจน
โฆษกศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ระบุว่า เมื่อ 22 ส.ค. 68 ทหารไทยตรวจพบทหารกัมพูชา 2-3 นาย ล้ำแดนไทยเข้ามาประมาณ 100 เมตร บริเวณเนิน 350 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ และพบการวางทุ่นระเบิด PMN-2 จำนวน 1 ทุ่น ต่อมา 23 ส.ค.68 พบเพิ่มอีก 2 ทุ่น รวมเป็น 3 ทุ่น พร้อมกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิด 2 ลูก และขวากจำนวนมาก
ศูนย์ปฎิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติขอประณามการกระทำดังกล่าว ของฝ่ายกัมพูชา ว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงตามผลประชุม GBC อย่างชัดเจน โดยเป็นการยั่วยุและรุกล้ำดินแดน สะท้อนถึงการบิดเบือนข้อมูลของกัมพูชาต่อประชาคมโลก และแสดงถึงความไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน
ศูนย์ปฎิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติขอประณามการกระทำดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชาว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงจากผลการประชุม GBC ที่ผ่านมาอย่างชัดเจนในหลายประเด็น อีกทั้งเป็นการยั่วยุ และเป็นการรุกล้ำดินแดน แสดงให้เห็นว่ากัมพูชาได้บิดเบือนและนำเสนอข้อมูลต่างๆต่อประชาคมโลกที่ผ่านมาล้วนเป็นความเท็จและยังบ่งบอกถึงความไม่จริงใจในการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
แจ้งเตือนประชาชน
เนื่องจากปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อน หรือไม่ถูกต้อง จึงขอให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารด้วยความมีวิจารณญาณ จากช่องทางอย่างเป็นทางการของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงต่อสถานการณ์ รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งสามารถตรวจสอบ และยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และทันต่อเหตุการณ์
Incident Report on the Thai-Cambodian Border Clashes
24 August 2025
According to the report from the Royal Thai Army, the 2nd Army Area, and the Thailand Mine Action Centre, the situation along the Thai-Cambodian border can be summarized as follows:
Thai forces observed Cambodian troop movements in several sectors. Both sides continue to maintain their defensive positions. Thai troops have deployed observation teams to monitor Cambodian activities and remain prepared to respond based on the situation.
The Royal Thai Army reported the death of Private Pithayut Soda, aged 20, from the 21st Infantry Battalion, 2nd Task Force, stationed along the Thai-Cambodian border. He was found deceased on 23 August 2025 at 18.15 hrs in a restroom near Ta Muen Thom Temple, Phanom Dong Rak District, Surin Province. He was a voluntary conscript (Batch 1/67) under the Online Recruitment Program. Preliminary findings show no underlying illness, narcotics, stress-related issues, or external injuries. An autopsy is pending to determine the exact cause of death. The Royal Thai Army has expressed its deepest condolences to the family and will provide full assistance in accordance with regulations.
Cambodia claims ceasefire compliance — Thailand refutes and accuses Cambodia of violations
On 24 August 2025, Cambodia’s Fresh News reported a statement by Lt. Gen. Maly Socheata, spokesperson of Cambodia’s Ministry of National Defence, claiming Cambodia has strictly observed the ceasefire agreement and highlighting progress made during GBC and RBC meetings on 16 August 2025 and 22 August 2025. Cambodia also urged Thailand to release 18 detained Cambodian soldiers, alleging their detention was unlawful.
In response, Maj. Gen. Winthai Suvaree, spokesperson for the Royal Thai Army, stated that Thailand strictly adheres to the ceasefire, resolves disputes through peaceful means, and complies with international law, the UN Charter, and the ASEAN Charter. He emphasized that Cambodia has repeatedly violated agreements, including:
• Planting new PMN-2 anti-personnel landmines
• Spreading disinformation to mislead the public and international community
Regarding the 18 Cambodian detainees, Thailand confirmed their detention is lawful and consistent with international humanitarian principles, with the ICRC having inspected the facilities and confirmed proper treatment.
Summary of Affected Persons from the Thai-Cambodian Border Clashes
As of 24 August 2025
1. Civilians
• Direct Fatalities: 14
• Injured: 39
Total: 53
2. Military Personnel
• Fatalities: 18
• Injured: 269
Total: 287
The Royal Thai Army strongly denied Cambodia’s accusations of conducting psychological warfare. Instead, Thailand asserts that Cambodia continues to distort facts and manipulate information domestically while restricting media freedom. In contrast, Thailand maintains full media transparency, allowing both local and foreign journalists to access information freely.
Thailand Mine Action Centre reported that on 22 August 2025, Thai troops detected 2-3 Cambodian soldiers crossing approximately 100 meters into Thai territory near Hill 350, Bak Dai Sub-district, Phanom Dong Rak District, Surin Province. One PMN-2 anti-personnel landmine was discovered at the site. On 23 August 2025, two more PMN-2 anti-personnel landmines, two mortar rounds, and multiple spike traps were recovered.
TMAC condemned these acts as a clear violation of the ceasefire agreement under the GBC framework, labeling them provocative, aggressive, and reflective of Cambodia’s bad faith in seeking sustainable peace.
Public Advisory
The public is urged to exercise caution regarding misinformation and disinformation circulating online. Please rely on verified updates from official Thai security agencies for accurate and timely information.