พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงความเป็นมาของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาก่อนเกิดเหตุปะทะกันในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี สรุปได้ดังนี้
1. ไทย-กัมพูชามีปัญหาเรื่องเส้นเขตแดนมายาวนานเนื่องจากยึดถือหลักฐานแผนที่ที่ต่างกัน
2. แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 เป็นผลผลิตจากสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.1904 และ ค.ศ.1907 เป็นแผนที่มาตราส่วนหยาบ คลาดเคลื่อนจากเส้นสันปันน้ำจริงหลายจุด
3. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่าเพื่อแก้ไขปัญหาการยึดเส้นเขตแดนที่แตกต่างกันตามข้อ 1 และข้อ 2
จึงตั้งคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ขึ้นมาเพื่อร่วมกันจัดทำแนวเขตแดนระหว่างกันให้ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับกันทั้งสองฝ่าย โดยผลผลิตสุดท้ายคือ หลักเขตแดน และแผนที่
4. ขณะที่ JBC ทำงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้การทำงานราบรื่นทั้งสองฝ่ายจึงมีข้อตกลง MOU 43 สาระสำคัญข้อ 5 ระบุไม่ให้ทั้งสองฝ่ายดัดแปลงภูมิประเทศตามแนวชายแดนซึ่งอาจมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสันปันน้ำ
5. ที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชาละเมิด MOU 43 มาโดยตลอด ขยายชุมชน สร้างกาสิโน ปลูกพืชไร่ประชิดชายแดน ที่เป็นการทำลายสันปันน้ำ เราประท้วง 400 กว่าครั้งแต่ให้ความร่วมมือแก้ไขน้อยมาก ในขณะที่ฝั่งเราเป็นเขตอุทยานเข้าไปทำอะไรไม่ได้
6. พื้นที่ช่องบก ก่อนเกิดเหตุเผาศาลาตรีมุข (28 ก.พ. 68) ทหารกัมพูชาวางกำลังห่างชายแดนไม่น้อยกว่า 500 เมตร เราก็วางกำลังห่างระยะใกล้เคียงกัน ย่านกลางนั้นเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพไปมาหาสู่ ประสานงาน พูดคุยแก้ปัญหากัน
7. วันที่ 28 ก.พ. 68 กัมพูชาเผาศาลาตรีมุข เคลื่อนกำลังขึ้นมาวางที่ต้นพญาสัตบรรณซึ่งล้ำอธิปไตยไทยเข้ามาประมาณ 150 เมตร รวมถึงขุดคูเลททำลายสันปันน้ำละเมิด MOU 43
8. ฝ่ายเราพยายามแก้ปัญหาโดยสันติ อดทนอดกลั้น เจรจาขอให้ถอนกำลังที่รุกล้ำอธิปไตยไทยออกไปหลายครั้งแต่กัมพูชาก็ไม่ยอมถอน สุดท้ายมีการใช้อาวุธเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 68
9. ผู้บังคับบัญชาของไทยทุกระดับพยายามแก้ไขปัญหาโดยสันติ เจรจาขอให้ถอนกำลังจากจุดที่รุกล้ำ
แต่กัมพูชาอ้างว่ากำลังส่วนนี้วางอยู่เดิมมาตั้งแต่ก่อนมี MOU 43 ซึ่งไม่ใช่ความจริงอย่างแน่นอน เพราะถ้ามีกำลังวางอยู่จุดนี้เมื่อปีที่แล้ว (ส.ค. 67) ผมจะเดินผ่านจุดนี้เข้าไปที่ศาลาตรีมุขได้อย่างไร
10. กัมพูชาอ้างว่าถูกรุกราน ไทยไม่แก้ปัญหาโดยสันติ จะขยายความขัดแย้งสู่ศาลโลก ทั้ง ๆ ที่สองประเทศมีกลไกแก้ไขปัญหาร่วมกันอยู่ โดยอ้างว่าปัญหาจะได้จบ ถามว่ามันจะจบได้อย่างไร?
11. กัมพูชายังเสริมกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ พยายามจะนำกำลังขยายไปควบคุมพื้นที่อื่น ๆ ตลอดแนวชายแดนทั้ง ๆ ที่พื้นที่เหล่านั้นเดิมทั้งสองฝ่ายไม่มีการวางกำลัง เป็นป่าเป็นเขา ถ้าเราเอากำลังไปวางเพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยก็เผชิญหน้ากัน ทำเพื่ออะไร?
12. กติกาสองบ้านเรามีอยู่ เรามาเปิดหน้าคุยกันอย่างลูกผู้ชายดีกว่าไหม ถ้าเรื่องถึงโรงถึงศาลลูกหลานเราก็จะเป็นปรปักษ์กันตลอดไป จะเกิดประโยชน์อะไรถ้าคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน
จากความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย - กัมพูชา ที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลทั้ง
2 ประเทศได้หารือร่วมกันและเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ได้มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้หารือเรื่องความขัดแย้งชายแดน จากนั้นวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ได้มีการพูดคุยกับทหารกัมพูชา
เพื่อลดการเผชิญหน้า ป้องกันการปะทะ เช่น ช่องบก และช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังไม่ชัดเจนอยู่ในระหว่างการปักปันเขตแดน ก่อนหน้านี้ตามข้อตกลงระหว่างไทย-กัมพูชา ให้กำลังทั้งสองฝ่ายเว้นระยะห่าง จากพื้นที่ดังกล่าว 5 กิโลเมตร
จนกระทั่งเกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 บริเวณชายแดน “ช่องบก” อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตทับซ้อนที่ทั้งสองประเทศ ยังตกลงแบ่งเขตกันไม่ได้ และความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ฝ่ายกัมพูชาได้ขุดลอกคลองมาตั้งแต่ต้นปี 2568
28 พฤษภาคม 2568
- กองกำลังสุรนารี ของไทย ได้ตรวจพบทหารกัมพูชา ได้เข้ามาวางกำลังในพื้นที่ “ช่องบก” จากนั้นเกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา และสำนักข่าวเอพี ได้รายงานว่า มีทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย ภายหลังเกิดเหตุการณ์ พล.ต. ทล โซะวัน รองผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ 3 ของกัมพูชา ได้โทรศัพท์ประสาน พันเอกบุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เพื่อเจรจาหยุดยิง
29 พฤษภาคม 2568
- ไทยและกัมพูชาได้เจรจากันเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดน “ช่องบก” ก่อนที่จะบรรลุข้อตกลง ปรับกำลัง พร้อมใช้กลไก การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (Joint Boundary Commission: JBC)
ในการแก้ไขปัญหา โดยไทยแถลงผลการจราจา 3 ข้อ และทั้งสองฝ่ายได้ปรับกำลังทหารออกจากจุดปะทะ 200 เมตร
30 พฤษภาคม 2568
- กัมพูชาแถลงผลการเจรจาเพิ่มเติม และจะไม่ยอมปรับกำลังทหารออกจากพื้นที่ เพราะเป็นจุดที่ถือครองก่อนลงนาม MOU 43 ขณะที่ นายฮุน เซน ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า “สามเหลี่ยมมรกต” เป็นของกัมพูชา และขอให้ศาลโลก เป็นผู้ตัดสิน
31 พฤษภาคม 2568
- กองทัพบก ยืนยัน ยังไม่ได้ปิดด่านชายแดนไทย – กัมพูชา ยังคงมีการเดินทางและค้าขายกันตามปกติ
1 มิถุนายน 2568
- นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำ ไทยและกัมพูชา เตรียมจัดประชุม JBC เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ การเจรจาและหาข้อสรุปโดยสันติวิธี ขณะที่ พลเอก ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะนำเรื่องข้อพิพาทเหนือดินแดน 4 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่มุมไบ (“สามเหลี่ยมมรกต”
ซึ่งกัมพูชาเรียกว่า “มุมไบ” รอยต่อสามแผ่นดิน ไทย-ลาว-กัมพูชา) ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ดปราสาทตาควาย ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice: ICJ)
2 มิถุนายน 2568
- พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยัน ประสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย อยู่ในเขตประเทศไทย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้ส่งหนังสือประท้วง อ้างทหารไทย
ยิงก่อน และจี้สอบหาคนผิด
- สภากัมพูชา มีมติเป็นเอกฉันท์ 182 เสียง เห็นชอบให้นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยื่นเรื่องกรณีข้อพิพาท ชายแดนไทย – กัมพูชา ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)
3 มิถุนายน 2568
- นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยัน ไทยยึดสันติวิธี และใช้ MOU 43 และ JBC ในการเจรจากับกัมพูชา และถ้าการเจรจาด้วยสันติวิธีไม่สำเร็จ สงครามจะเป็นหนทางสุดท้าย
- พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุ กรณีสำนักข่าวกัมพูชา รายงานว่า ไทยใช้โดรนสอดแนมรุกล้ำอธิปไตย ไม่เป็นความจริง และขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการติดตามข่าวสารจากกัมพูชา เพราะส่วนมาก ไม่ใช่เรื่องจริง
4 มิถุนายน 2568
- รัฐบาล ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างเป็นทางการครั้งแรก ยืนยันเร่งแก้ไขปัญหาในทุกมิติ เพื่อประเทศไทยและประชาคมอาเซียน ขณะที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยัน ไทยตระหนักถึงความสำคัญสูงสุดในการปกป้องอธิปไตย และคุ้มครองบูรณภาพของดินแดนอย่างเต็มที่ และยึดหลักการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ขณะที่รัฐบาลกัมพูชา ออกแถลงการณ์ จะไม่บรรจุเรื่องพื้นที่พิพาท 4 จุด ในการประชุม JBC และเตรียมยื่นเรื่องต่อศาลโลก
- นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา อ.น้ำยืน
จ.อุบลราชธานี ขอให้ทหารใช้ความอดทนอดกลั้นในการปฏิบัติหน้าที่ หากมีเหตุจำเป็นต้องยกระดับสถานการณ์
ก็ให้แจ้งตามลำดับชั้น ซึ่งยืนยันรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ในการปกป้องอธิปไตย ซึ่งกองทัพมีความแข็งแกร่งและมีความพร้อมอยู่ในพื้นที่แล้ว
5 มิถุนายน 2568
- นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยอมรับว่า กัมพูชาได้
รุกล้ำชายแดน 200 เมตร จริง ยืนยันไทยมีข้อมูลหลักฐาน และรอความชัดเจนในการประชุมร่วม JBC วันที่ 14 มิถุนายน 2568 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
- รัฐบาลออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 กรณีสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ยืนยันประเทศไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2503 และย้ำจุดยืนแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี (JBC)
- กองทัพกัมพูชา ได้จัดการฝึกรบใกล้เกาะกูดของไทย ด้าน ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เผย หน่วยข่าวได้ติดตามการฝึกรบของกัมพูชาอย่างใกล้ชิด
- พลเอก ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุ จะไม่นำข้อพิพาทในพื้นที่ 4 แห่ง (สามเหลี่ยมมรกต ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และ ปราสาทตาควาย) เข้าสู่การหารือ JBC แต่จะเสนอให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศพิจารณา
- นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกกระทรวงการต่างประเทศ หารือปมชายแดนไทย -กัมพูชา ย้ำ ยึดสันติวิธี เคารพอธิปไตย - ดินแดนของกันและกัน ประกาศไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก ขอใช้กลไกทวิภาคีรักษาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ
- นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้กล่าวในนามรัฐบาลไทย ยืนยัน รัฐบาลพร้อมเข้าร่วมประชุม JBC กับกัมพูชา ในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 หวังคลี่คลายสถานการณ์ชายแดน ด้วยความร่วมมือโดยสันติ
6 มิถุนายน 2568
- นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เผยภายหลังเข้าประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ยืนยัน รัฐบาลและกองทัพ มีการหารือ สนับสนุน และร่วมมือกันเป็นอย่างดี เน้นย้ำความมั่นคงแห่งอธิปไตยไทย ผนึกกำลังทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ ด้วยแนวทางสันติวิธีและกลไกการเจรจา
- พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ระบุถึงการปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และกรณีกองทัพเรือกัมพูชาซ้อมรบใกล้ชายแดนเกาะกูด จังหวัดตราด ว่าทั้งสองฝ่ายทราบขอบเขตพื้นที่ดีอยู่แล้วว่าจุดไหนเป็นของใคร กองทัพเรือก็ดูแลพื้นที่ของประเทศไทย ส่วนทางกัมพูชาก็ฝึกในพื้นที่ของตนเอง จึงมองว่าไม่จำเป็นต้องตื่นตกใจ
- สื่อหลักของกัมพูชา Khmer Times รายงานว่า พลเอก เตีย เซ็ยฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เปิดเผยผลการประชุมระดับสูงกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทยที่จังหวัดสระแก้วว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันเพื่อ “ลดระดับความตึงเครียด”
ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และยืนยันที่จะยึดแนวทางสันติในการแก้ไขปัญหา
7 มิถุนายน 2568
- นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแถลงการณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุการเจรจาร่วมกับ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 68 เป็นที่น่าเสียดายที่ข้อเสนอที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่การลดการเผชิญหน้าและสันติภาพ
ถูกปฏิเสธ ยิ่งไปกว่านั้น กลับมีการเพิ่มกำลังทางการทหารที่ยิ่งเพิ่มความตึงเครียด
- กองทัพบก ออกคำสั่งมอบอำนาจ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา และ กองกำลังสุรนารี ควบคุมจุดผ่านแดนแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ตามมติ สมช. พร้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติแบบเป็นขั้นตอน โดยพิจารณาจากระดับความรุนแรงของสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เน้นจากเบาไปหาหนักตามความเหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น
4 ขั้นตอนหลัก 1. จำกัดการผ่านแดนเฉพาะบุคคลที่มีเหตุจำเป็น 2. ปรับลดช่วงเวลาในการเปิด–ปิดจุดผ่านแดน
3. ปิดจุดผ่านแดนบางจุด โดยพิจารณาจากจุดที่มีความเสี่ยงสูง 4. ปิดจุดผ่านแดนตลอดแนวชายแดนในกรณีที่เกิดสถานการณ์วิกฤต หรือมีการรุกรานอย่างชัดเจน
- กองทัพบก เตือนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ กองทัพบก ยังไม่มีการเรียกกำลังพลสำรอง แต่อย่างใด โปรดอย่าหลงเชื่อข้อความหรือบุคคลที่แอบอ้าง เพื่อหลอกลวงเรียกรับผลประโยชน์
- นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย
พ.อ.หญิง ผศ.ดร.พญ.ดังใจ สุวรรณกิตติ โฆษกกระทรวงกลาโหม และ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ร่วมกันแถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยไทยเรียกร้องกัมพูชาลดระดับความตึงเครียดตลอดแนวชายแดน
และไทยยืนยันความพร้อมที่จะใช้กลไกทวิภาคีโดยเฉพาะกลไกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ระหว่างไทย-กัมพูชา
- พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงนามในคำสั่งกองทัพภาคที่ 2 ปรับเวลาเปิด-ปิด จุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรนการค้า ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี หากกัมพูชาเพิ่มกำลัง หรือหากเกิดการปะทะชายแดนให้ปิดทันที
- พลตรีเบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เรื่อง มาตราการควบคุมจุดผ่านแดนถาวรฯ/จุดผ่อนปรนการค้าฯ ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว
8 มิถุนายน 2568
- นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แจ้ง ทหารกัมพูชา
ปรับกำลัง หลังไทยออกมาตรการคุมเข้มจุดผ่านแดนชายแดนไทย–กัมพูชา ทั้ง 2 ฝ่ายคาดหวังจะให้วิถีทางการแก้ปัญหาผ่านกลไก JBC ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 สามารถคลี่คลายปัญหาของทั้งสองประเทศ
อย่างสันติ
- พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก เริ่มใช้มาตรการควบคุมการเปิด-ปิด จุดผ่านแดนทุกประเภทตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตามมติ สมช. แล้วตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 68 เวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา สำหรับการใช้มาตรการตามแนวชายแดนดังกล่าวนั้น ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นที่ 1 และ ขั้น 2 ยังไม่ได้มีการปิดจุดผ่านแดนใด ๆ เว้นช่องทางธรรมชาติที่ได้ปิดไปแล้ว เป็นไปตามสภาพแวดล้อมความรุนแรงและภัยคุกคามในแต่ละพื้นที่
- นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ ระบุ หลังจากเริ่มใช้มาตรการควบคุมเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทในพื้นที่ที่รับผิดชอบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งได้มีการออกคำสั่งทุกจุดครบถ้วนแล้ว สถานการณ์ชายแดนยังคงสงบเรียบร้อยดี
- พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 แสดงจุดยืนเด็ดขาดต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่
ตึงเครียด โดยออกคำสั่งให้ควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภท และประกาศเตรียมตัดไฟฟ้ากว่า 9 จุดที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ปอยเปต โดยเฉพาะโซนกาสิโน หากฝ่ายกัมพูชายังเดินหน้ารุกล้ำเขตแดนไทย
- ศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ศอ.ปชด.) ย้ำ ใช้มาตรการเข้มข้น-สันติวิธี เพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมยกระดับปราบ “อาชญากรรมข้ามชาติ–แก๊งสแกมเมอร์ –ค้ามนุษย์”
9 มิถุนายน 2568
- นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หวังการปรับกำลังสะท้อนความจริงใจลดความตึงเครียดจะนำไปสู่ทางออกระยะยาว พร้อมเน้นย้ำขอความร่วมมือสื่อมวลชนและประชาชนงดเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ได้รับการตรวจสอบยืนยัน หลีกเลี่ยงการขยายข่าวที่เป็นการปลุกระดมและกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่มีข้อมูลและข้อเท็จจริงชัดเจน เพื่อป้องกันการสร้างความเข้าใจผิดและความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดประเด็นขัดแย้งเพิ่มเติม
- นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้อ่านแถลงการณ์ของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่ออภิปรายข้อพิพาทเขตแดนไทย-กัมพูชา
เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นในแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน
- นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลไม่มีการเรียกกำลังพลสำรอง กองทัพบก ไม่มีนโยบายติดต่อประชาชนผ่านโทรศัพท์หรือไลน์
10 มิถุนายน 2568
- พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ดีขึ้น ส่วนมาตรการตัดน้ำ ตัดไฟ ชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ ของ สมช.
- นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับทราบรายงานสถานการณ์ชายแดนดีขึ้น โดยกัมพูชา
ได้กลบคูเลต พร้อมปรับกำลังกลับที่ตั้งเดิมเหมือนปี 2567 รัฐบาล พร้อมร่วมประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา (Joint Boundary Commission – JBC) ในวันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2568 พร้อมยืนยัน ประเทศไทยไม่รับเขตอำนาจศาลโลก ย้ำใช้หลักเจรจาด้วยสันติวิธีและความจริงใจ
- นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางรัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ในการคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้ง โดยมีการปฏิบัติงานร่วมกันและมีการพูดคุยในหลายภาคส่วน ซึ่งผลค่อนข้างสงบเรียบร้อยดี ในระดับนโยบายรัฐบาลได้ให้หน่วยงานความมั่นคง กองทัพ ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศตามกรอบความร่วมมือทวิภาคี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีการพูดคุยกับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ประสานงานกัน มีการเจรจาเพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศชาติ และผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน โดยสามารถเจรจากันด้วยสันติวิธี ทำให้ไม่มีการปะทะกันที่รุนแรง
- พ.ต.หญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก ยืนยันหน่วยทหารไม่ขาดแคลน ไม่มีนโยบายขอรับการบริจาค แต่เปิดช่องทางให้ประชาชนประสานส่งสิ่งของ เป็นกำลังใจให้ทหารชายแดน
- กองทัพไทย เปิดภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศชายแดน “ช่่องบก” จ.อุบลราชธานี เปรียบเทียบอดีต-ปัจจุบัน พบ กัมพูชา ทำกิจกรรมทางทหาร ขุดคูเลต ทำถนนส่งกำลังบำรุง ก่อนเกิดเหตุปะทะ
- กัมพูชาปฏิเสธข่าว แรงงานชาวกัมพูชา พากันเดินทางออกจากประเทศไทย พร้อมทั้งกล่าวหาว่าสื่อบางกลุ่ม จงใจบิดเบือนความจริงเพื่อปลุกปั่นความเกลียดชัง และเพิ่มความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
- กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ รายงาน ครม. เหตุสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาดีขึ้น ย้ำรัฐบาลเดินหน้าประชุม JBC 14 มิถุนายน 2568 ยืนยันไทยไม่รับเขตอำนาจศาลโลก
- คณะรัฐมนตรี มองว่า ยังไม่จำเป็นต้องเปิดการประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตามข้อเสนอของสมาชิกวุฒิสภา เพราะสถานการณ์คลี่คลายในทางที่ดีขึ้น
- กองกำลังบูรพา มีหนังสือด่วนที่สุด แจ้งนายด่านศุลกากรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว จำกัดจำนวนรถที่ผ่านเข้าออกชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ปฏิบัติตั้งแต่ 11 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป จนกว่ากองกำลังบูรพา จะแจ้งเปลี่ยนแปลง
11 มิถุนายน 2568
- นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุ เป็นเรื่องของกัมพูชาที่จะตั้งกรรมการร้องศาลโลก ใน 4 พื้นที่ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนยันไทยมีมาตรการรับมือ และไม่รับอำนาจขอบเขตศาลโลก
- พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เผย โรงเรียนชายแดนไทย-กัมพูชา
7 จังหวัด ยังเปิดเรียนปกติ แต่ย้ำให้ผู้บริหารสามารถสั่งหยุดเรียนได้ หากเสี่ยงไม่ปลอดภัย และได้กำชับให้พื้นที่มีการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแผนเผชิญเหตุ การจัดสถานที่หลบภัย การฝึกซ้อมตามแผนอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
- นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ติดตามผลการปฏิบัติงานของกองกำลังสุรนารี และมาตรการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการประสานงานกับกัมพูชา เพื่อให้เวลาการเปิด–ปิดด่านของทั้งสองประเทศ สอดคล้องกัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
- รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินมาตรการจำกัดการข้ามแดนไทย–กัมพูชา จะกระทบการส่งออกไทยเพียงร้อยละ 5–10 เนื่องจากไม่ใช่เป็นการปิดด่านถาวร เชื่อทั้งสองประเทศตระหนักผลกระทบต่อปากท้องประชาชน
- นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เผยผลการประชุม JBC ฝ่ายไทย เพื่อกำหนดท่าทีและประเด็นที่จะนำไปเจรจากับฝ่ายกัมพูชา ในวันที่ 14 มิถุนายน2568 โดยฝ่ายไทยจะโน้มน้าวให้ฝ่ายกัมพูชา ใช้เวที JBC ในการแก้ปัญหาร่วมกัน และต้องการเห็นการเจรจาที่มีความชัดเจน เพื่อนำไปสู่การแบ่งเขตแดนที่ชัดเจน ยืนยันไทยไม่รับอำนาจของศาลโลก และการดำเนินการของไทย อยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และภายใต้กรอบขององค์การสหประชาชาติ
12 มิถุนายน 2568
- นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เชิญฝ่ายความมั่นคงร่วมหารือเกี่ยวข้อพิพาทไทย-กัมพูชา
เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดยุทธศาสตร์ ก่อนที่จะมีการประชุม JBC ไทย-กัมพูชา 14 มิถุนายน 2568
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่า ราชการจังหวัด นายอำเภอ เร่งสำรวจหลุมหลบภัย ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยมีงบประมาณ โดยจะเร่งดำเนินการจัดทำหลุมหลบภัย วางแผนซ้อมการเคลื่อนย้าย จัดเตรียมยานพาหนะให้ใกล้กับสถานที่ในการย้ายคนออกจากหลุมหลบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยกว่าได้ พร้อมระบุว่าการ “เปิด-ปิด” ด่านเหลื่อมเวลา ไทยได้ประโยชน์
- สำนักข่าว Khmer Times รายงานข่าวระบุว่า ประธานาธิบดี “เอ็มมานูเอล มาครง” ของฝรั่งเศส แสดงท่าทีพร้อมช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดหาหลักฐานให้แก่ทั้งฝ่ายกัมพูชาและไทยหากมีความจำเป็น
เพื่อสนับสนุนกระบวนการแก้ไขข้อพิพาทบริเวณชายแดนระหว่างสองประเทศ
- นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงย้ำว่า กระทรวงการต่างประเทศ ยึด 3 แนวทางในการเจรจา JBC กับกัมพูชา เพื่อลดความตึงเครียด การแบ่งเขตแดนที่ชัดเจน และจะปกป้องและไม่ยอมเสียดินแดนไทยโดยเด็ดขาด
- นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย สธ.เตรียมแผนรับเหตุ หากเกิดความไม่สงบบริเวณชายแดนสุรินทร์ โดยจะปรับให้โรงพยาบาลพนมดงรัก และโรงพยาบาลกาบเชิง เป็นโรงพยาบาลสนามเพื่อดูแลประชาชน
13 มิถุนายน 2568
- นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พลเอก ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศยุติการซื้อสัญญาณอินเทอร์เน็ตและไฟฟ้าจากไทย รวมถึงงดออกอากาศหนังไทยในกัมพูชา ว่าเป็นมาตรการที่ต้องนำเสนอผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก่อน ซึ่งไทยยังไม่ได้มีการประกาศออกไป แต่เป็นมาตรการที่เตรียมพร้อมไว้เท่านั้น ทั้งนี้การเจรจากันผ่านกลไก JBC ในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 รัฐบาลไทยขอใช้พื้นที่ในเวทีดังกล่าวคลี่คลายสถานการณ์โดยสันติวิธี และยังคงมาตรการเดิมที่มีข้อสรุปร่วมกันเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2568 เรื่องการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านควรคุยกันอย่างมิตร
14 มิถุนายน 2568
- ประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC)
โดย กองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ กรมประชาสัมพันธ์