อย่าเชื่อ SMS แจ้งใบสั่งจราจร เช็กก่อนคลิก ป้องกันมิจฉาชีพหลอก

ในยุคที่การทำธุรกรรมต่าง ๆ สามารถดำเนินการผ่านโทรศัพท์มือถือได้อย่างรวดเร็ว มิจฉาชีพก็ปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงให้แนบเนียนมากขึ้น หนึ่งในกลโกงที่ประชาชนควรระวังคือ SMS แจ้งว่ามีใบสั่งจราจรค้างชำระ พร้อมแนบลิงก์ให้กดเพื่อตรวจสอบหรือชำระค่าปรับ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง SMS ลักษณะดังกล่าว เนื่องจากมิจฉาชีพอาจแอบอ้างเป็นหน่วยงานตำรวจ แจ้งว่ามีใบสั่ง e-Ticket ค้างชำระ พร้อมสร้างข้อความที่ทำให้เกิดความกังวลหรือเร่งรีบ เช่น แจ้งให้ชำระเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด หรืออ้างว่าจะได้รับส่วนลดค่าปรับ หากรีบชำระผ่านลิงก์ที่แนบมา

⚠️ ลักษณะเด่นของ SMS ใบสั่งปลอมที่ต้องระวัง

มิจฉาชีพอาจส่งข้อความในลักษณะว่า “ท่านมีใบสั่งจราจรค้างชำระ” แล้วแนบลิงก์หรือ QR Code เพื่อให้ผู้รับเข้าไปตรวจสอบ เมื่อกดลิงก์อาจถูกนำไปยังเว็บไซต์ปลอมที่ออกแบบให้มีหน้าตาคล้ายเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการ บางกรณีเว็บไซต์ปลอมอาจแสดงข้อมูล เช่น เลขที่ใบสั่ง ทะเบียนรถ ข้อหา หรือจำนวนเงินค่าปรับ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต หรือทำรายการชำระเงิน ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลสำคัญตกอยู่ในมือมิจฉาชีพและเกิดความเสียหายทางการเงินได้ สิ่งสำคัญ คือ อย่าให้ความตกใจทำให้เราขาดการตรวจสอบ

  • แนบลิงก์แปลกปลอมมาด้วยเสมอ: มักจะเป็นลิงก์เว็บไซต์ปลอมที่เลียนแบบเว็บไซต์ราชการ เช่น ลงท้ายด้วยนามสกุลโดเมนแปลกๆ ที่ไม่ใช่ .go.th

  • สร้างความกดดันให้รีบเร่ง: ข้อความมักจะขู่ว่า หากไม่ชำระภายในกำหนดจะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด หรือเสียค่าปรับเพิ่มขึ้น เพื่อให้เหยื่อรีบตัดสินใจโดยไม่ทันคิด

  • ให้แอดไลน์ (Add Line) หรือโหลดแอปแปลกๆ: บางรูปแบบหลอกให้เพิ่มเพื่อนใน LINE อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันควบคุมโทรศัพท์มือถือระยะไกล

📳ได้รับ SMS แจ้งใบสั่ง ต้องทำอย่างไร?

  1. อย่าเพิ่งกดลิงก์
หากได้รับ SMS แจ้งว่ามีใบสั่งจราจรค้างชำระ โดยเฉพาะข้อความที่แนบลิงก์หรือ QR Code มาให้ อย่าเพิ่งกดหรือสแกน แม้ข้อความจะดูเหมือนมาจากหน่วยงานราชการก็ตาม
  2. อย่ากรอกข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลบัตร
หากเว็บไซต์ที่เปิดจาก SMS ขอเลขบัตรประชาชน ข้อมูลบัตรเครดิต/เดบิต รหัสผ่าน หรือรหัส OTP ให้หยุดดำเนินการทันที เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ในการเข้าถึงบัญชีหรือทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
  3. ตรวจสอบด้วยตัวเองผ่านช่องทางทางการ 🔍
สำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลใบสั่งผ่านช่องทางทางการ เช่น แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เมนู บริการทั้งหมด > ยานพาหนะ > ตรวจสอบใบสั่งจราจร รวมถึงแอปพลิเคชัน Police Care และระบบใบสั่งจราจร PTM ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ https://ptm.police.go.th/eTicket/#/
  4. อย่าใช้ลิงก์จาก SMS เป็นช่องทางตรวจสอบ
หากต้องการตรวจสอบใบสั่ง ควรเปิดแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ทางการด้วยตนเอง แทนการคลิกลิงก์ที่มากับข้อความ เพราะเว็บไซต์ปลอมสามารถออกแบบให้มีหน้าตาใกล้เคียงกับเว็บไซต์จริงได้

✴️“หยุดก่อนคลิก เช็กก่อนจ่าย”

หลักง่าย ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงจาก SMS ใบสั่งปลอม คือ

✴️ มีข้อความแจ้งเตือน → หยุดก่อนคลิก → ตรวจสอบผ่านช่องทางทางการ → จึงดำเนินการชำระเงิน
อย่าปล่อยให้ความกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี หรือความต้องการได้ส่วนลดค่าปรับ ทำให้รีบทำตามคำแนะนำใน SMS โดยไม่ตรวจสอบ เพราะมิจฉาชีพมักใช้ความเร่งรีบและความกังวลของเหยื่อเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง นอกจากนี้ หากพบ SMS หรือเว็บไซต์ที่มีลักษณะน่าสงสัย ควรเก็บหลักฐาน เช่น ภาพหน้าจอ หมายเลขโทรศัพท์ ข้อความ และลิงก์ที่ได้รับไว้ และแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามผู้กระทำความผิด

จำให้ขึ้นใจ “อย่ากด อย่าสแกน อย่ากรอก” SMS แจ้งใบสั่ง ไม่ได้แปลว่าเป็นใบสั่งจริงเสมอไป

เมื่อได้รับข้อความที่อ้างว่ามีใบสั่งจราจรค้างชำระ ขอให้ประชาชน ตั้งสติ ไม่กดลิงก์ ไม่สแกน QR Code และไม่กรอกข้อมูลสำคัญ แต่ให้ตรวจสอบด้วยตนเองผ่านช่องทางทางการก่อนทุกครั้ง

เพียงเพิ่มความระมัดระวังอีกหนึ่งขั้น “เช็กก่อนเชื่อ” ก็สามารถช่วยป้องกันไม่ให้ใบสั่งปลอม กลายเป็นความเสียหายจริงได้


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar