กระทรวงสาธารณสุขได้ออก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 โดยกำหนดให้ "ช่อดอกกัญชา" เป็นสมุนไพรควบคุมอย่างเป็นทางการ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ และเน้นย้ำการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการคุ้มครองสุขภาพประชาชนเป็นสำคัญ
📌ข้อห้ามสำคัญที่ต้องระวัง (ทำแบบนี้...ผิดกฎหมาย!)
เพื่อไม่ให้ตกเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย ผู้ประกอบการ ร้านค้า และบุคคลทั่วไปต้องปฏิบัติตามข้อห้ามและเงื่อนไขที่กำหนดไว้โดยเคร่งครัด ดังนี้:
ห้ามจำหน่ายโดยไม่มีใบอนุญาต: ผู้ที่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปช่อดอกกัญชาเพื่อการค้า ต้องได้รับใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มาตรา 46 เท่านั้น
ห้ามจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และตู้ขายอัตโนมัติ: ห้ามขายผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบอินเทอร์เน็ต หรือเครื่องขายสินค้าอัตโนมัติทุกชนิด
ห้ามโฆษณาเพื่อการค้า: ห้ามทำการโฆษณาช่อดอกกัญชาหรือสื่อสารการตลาดในทุกช่องทาง
ห้ามจัดสถานที่ให้สูบในสถานประกอบการ: ห้ามยินยอมหรือจัดให้มีการเสพ/สูบช่อดอกกัญชา ณ สถานที่จำหน่าย เว้นแต่จะเป็นการจ่ายเพื่อการรักษาโดยผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาต
ห้ามจำหน่ายในพื้นที่ควบคุม: ห้ามขายในวัดหรือศาสนสถาน, สถานศึกษา, หอพัก, สวนสาธารณะ, สวนสัตว์ และสวนสนุก
📌ฝ่าฝืนมีโทษอย่างไร?
การฝ่าฝืนประกาศดังกล่าวมีทั้งบทลงโทษทางอาญาตามกฎหมาย และโทษทางปกครองสำหรับผู้ถือใบอนุญาต
1. บทลงโทษทางอาญา (ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542)
2. โทษทางปกครอง (สำหรับร้านค้า/ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ทำผิดเงื่อนไข)
สั่งพักใช้ใบอนุญาต (30–90 วัน): ใช้กับกรณีโฆษณาเพื่อการค้า, ไม่จัดทำหรือส่งรายงานการครอบครอง/จำหน่าย (ภ.ท.27/28), หรือจำหน่ายโดยไม่มีใบสั่งจ่ายจากแพทย์
สั่งเพิกถอนใบอนุญาตทันที: หากพบพฤติการณ์ร้ายแรง เช่น แอบอ้างจัดทำรายงานเท็จ, ขายให้เด็ก/เยาวชน/สตรีมีครรภ์, เปิดร้านให้ลูกค้าสูบกัญชา หรือทำผิดซ้ำหลังจากเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตมาแล้ว
📌ผลกระทบและโทษต่อสุขภาพเมื่อใช้กัญชามากเกินไป
การเสพกัญชาในปริมาณเกินขนาด หรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากจะไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์แล้วยังก่อให้เกิดผลเสียร้ายแรงต่อร่างกายและจิตใจ โดยแบ่งตามระดับอาการและผลกระทบได้ดังนี้
1. อาการพิษเฉียบพลัน (เมื่อได้รับสาร THC ในปริมาณสูงเกินไป)
ระบบประสาทและจิตใจ: เกิดภาวะหวาดระแวง (Paranoia) สับสน หูแว่ว เห็นภาพหลอน วิตกกังวลอย่างรุนแรง (Panic Attack) สูญเสียการควบคุมสติ การตัดสินใจ และความจำระยะสั้น
ระบบหัวใจและหลอดเลือด: หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ อาการใจสั่น สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน หรือหลอดเลือดหัวใจตีบ
อาการทางกายอื่นๆ: คลื่นไส้ อาเจียนอย่างหนัก (Cannabinoid Hyperemesis Syndrome) วิงเวียนศีรษะ กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน
2. ผลกระทบระยะยาว (เมื่อเสพเป็นประจำหรือติดกัญชา)
สมรรถภาพสมองถดถอย: สมาธิและความสามารถในการเรียนรู้ลดลง กระบวนการคิดวิเคราะห์ช้าลง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่สมองยังพัฒนาไม่เต็มที่
ภาวะเสพติด (Cannabis Use Disorder): เกิดอาการดื้อยา ต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อหยุดเสพจะมีอาการถอน เช่น นอนไม่หลับ หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน เบื่ออาหาร
ความเสี่ยงต่อโรคทางจิตเวช: มีโอกาสสูงขึ้นในการเกิดโรคจิตเภท (Psychosis) โรคซึมเศร้า หรือกระตุ้นให้อาการทางจิตเวชเดิมกำเริบขึ้น
ระบบทางเดินหายใจ: การสูบกัญชาเป็นเวลานานส่งผลให้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ไอเรื้อรัง และมีความเสี่ยงต่อโรคปอดไม่ต่างจากการสูบบุหรี่
3. โทษทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้กัญชาจนก่อความเดือดร้อน
การสูบในที่สาธารณะ: หากการสูบกัญชาก่อกลิ่นหรือควันรบกวนผู้อื่น ถือเป็น "เหตุรำคาญ" ตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2542 ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งระงับของเจ้าพนักงาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การขับขี่ขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น (กัญชา): หากใช้กัญชาจนอยู่ในสภาพเมาแล้วไปขับขี่ยวดยานพาหนะ มีความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบขับขี่
การก่ออาชญากรรมขณะขาดสติ: หากการใช้กัญชามากเกินไปส่งผลให้ขาดสติและไปทำร้ายผู้อื่น หรือทำลายทรัพย์สิน ต้องรับโทษทางอาญาตามฐานความผิดนั้นๆ โดยไม่สามารถนำการเมามาเป็นข้ออ้างเพื่อพ้นผิดได้
การจำหน่ายและการใช้ประโยชน์จากช่อดอกกัญชาจำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากประชาชนหรือผู้ประกอบการไม่แน่ใจในข้อปฏิบัติตามกฎหมาย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่
แหล่งข้อมูล ปปส. / ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2568