วันที่ระลึกทหารผ่านศึกเวียดนาม — จากสมรภูมิในอดีต สู่พันธมิตรเพื่อความมั่นคงและมิตรภาพในปัจจุบัน

เมื่อเอ่ยถึง "สงครามเวียดนาม" หลายคนอาจนึกถึงภาพความขัดแย้งอันแสนยาวนานและรุนแรงในประวัติศาสตร์ยุคสงครามเย็น แต่ในอีกมิติหนึ่ง บรรดาเหล่าทหารกล้าที่ได้เสียสละปฏิบัติหน้าที่ในสมรภูมิต่างแดน สมควรได้รับการยกย่องและรำลึกถึง "วันที่ระลึกทหารผ่านศึกเวียดนาม" 21 กรกฎาคม จึงถูกกำหนดขึ้นเพื่อเกียรติแก่ความเสียสละของเหล่าผู้กล้า ที่เคยทำหน้าที่ในนามของประเทศไทยเพื่อปกป้องความมั่นคงของภูมิภาค

🔷สงครามเวียดนาม (Vietnam War) เป็นหนึ่งในสงครามตัวแทนที่สำคัญที่สุดในช่วงสงครามเย็น โดยเป็นการสู้รบระหว่าง เวียดนามเหนือ กับ เวียดนามใต้ เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2498 – 2518 (ค.ศ. 1955 – 1975) รวมระยะเวลากว่า 19 ปี ซึ่งมีช่วงที่สหรัฐฯ และไทยเข้าร่วมโดยตรง อยู่ระหว่าง พ.ศ. 2507 – 2518 (ค.ศ. 1964 – 1975) โดยสงครามยุติลงอย่างเป็นทางการเมื่อกรุงไซง่อน (เมืองหลวงของเวียดนามใต้) ล่มสลายในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518

🔷ประเทศไทยมีส่วนร่วมและให้ความช่วยเหลืออย่างไร?

ประเทศไทยในฐานะพันธมิตรหลักของสหรัฐอเมริกาและสมาชิกองค์การ SEATO ได้เข้าร่วมสนับสนุนฝ่ายเวียดนามใต้ เพื่อสกัดกั้นการแผ่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์เข้ามายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีรูปแบบการช่วยเหลือ  การส่งกำลังทหารไปร่วมรบ (Military Support) ไทยเริ่มส่งกำลังทหารเข้าร่วมตั้งแต่ พ.ศ. 2507 โดยแบ่งออกเป็นหลายหน่วยสำคัญ

  • หน่วยบินทัพฟ้า (จงอางศึก): เริ่มต้นจากการส่งหน่วยลำเลียงทางอากาศและแพทย์ทหารไปช่วยเหลือ

  • หน่วยทหารอาสาสมัคร (กรมทหารอาสาสมัคร "จงอางศึก"): จัดตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2510 เพื่อเดินทางไปปฏิบัติการรบทางภาคพื้นดินในเวียดนามใต้

  • กองพลทหารอาสาสมัคร ("กองพลเสือดำ"): จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2511 ผลัดเปลี่ยนกำลังพลเข้าไปปฏิบัติการรบอย่างต่อเนื่องจนถึงปี พ.ศ. 2514 (มีทหารไทยผ่านศึกในสมรภูมินี้รวมกว่า 30,000 นาย)

🔷จากสมรภูมิรบ สู่ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

กาลเวลาหมุนผ่าน ภาพของสงครามได้ยุติลง และถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพและการร่วมมือกันในระดับภูมิภาค สิ่งที่น่าสนใจคือ บทเรียนและประสบการณ์จากสงครามเวียดนามไม่ได้จบลงที่ความขัดแย้ง หากแต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ความเข้าใจและการแสวงหาความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ในอินโดจีน (เวียดนาม ลาว และกัมพูชา) ประเทศไทยได้ปรับเปลี่ยนบทบาทอย่างสำคัญ จากการส่งกำลังทหารเข้าร่วมการรบ มาสู่การเป็น "หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาและสันติภาพ" ผ่านกรอบความร่วมมือหลากหลายมิติ:

  • ด้านการทูตและการต่างประเทศ: ไทยและเวียดนาม รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ได้พัฒนาความสัมพันธ์จนยกระดับเป็น หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ร่วมมือกันสร้างความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาคอาเซียน

  • ด้านการค้าและการลงทุน: เปลี่ยนพื้นที่ที่เคยเป็นสมรภูมิ ให้กลายเป็น "ตลาดการค้า" ตามแนวคิดการเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ขยายการลงทุน เครือข่ายการขนส่ง และคมนาคมเชื่อมโยงระหว่างไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม

  • ด้านการทหารและความมั่นคง: จากอดีตที่เคยเผชิญหน้า ปัจจุบันกองทัพไทยและประเทศเพื่อนบ้านมีการแลกเปลี่ยนเยือนของผู้บังคับบัญชา การฝึกร่วม และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเพื่อป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น การค้ามนุษย์ ยาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติ

มรดกแห่งสันติภาพที่ต้องสืบทอด

"เราเรียนรู้เรื่องราวในอดีต ไม่ใช่เพื่อยึดติดกับความขัดแย้ง แต่เพื่อตระหนักถึงมูลค่าของสันติภาพ"

วันที่ระลึกทหารผ่านศึกเวียดนาม จึงเป็นทั้งวันแห่งการเชิดชูเกียรติและสดุดีความกล้าหาญของทหารผ่านศึกทุกท่าน และในขณะเดียวกัน ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของ "ความร่วมมือและมิตรภาพระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน" เพราะการเสียสละของเหล่านักรบในวันนั้น คือส่วนหนึ่งของการแสวงหาเสถียรภาพ และนำมาซึ่งสันติสุขที่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้ร่วมกันเก็บเกี่ยวและพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar