ปัจจุบันการดูดวงออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสะดวก รวดเร็ว และสามารถเข้าถึงหมอดูได้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ความนิยมดังกล่าวก็กลายเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพนำมาใช้หลอกลวงประชาชน โดยแอบอ้างเป็นหมอดูหรือผู้มีญาณวิเศษ หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินด้วยเหตุผลต่าง ๆ จนสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก
หลายกรณีเริ่มต้นจากการพูดคุยที่ดูน่าเชื่อถือ ก่อนจะค่อย ๆ สร้างความหวาดกลัวหรือความหวัง เพื่อโน้มน้าวให้โอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง
มิจฉาชีพมักใช้จิตวิทยาความกลัวและความโลภของมนุษย์มาเป็นเครื่องมือ โดยมีแพทเทิร์นหลักๆ ดังนี้:
ทักว่าดวงตก/มีเคราะห์หนัก (สร้างความกลัว): มักจะเริ่มต้นด้วยค่าครูราคาถูกหลักสิบหลักร้อยเพื่อดึงดูดคน แต่พอเริ่มดูปุ๊บ จะทักทันทีว่า “ดวงกำลังถึงฆาต” “มีเจ้ากรรมนายเวรตามอาฆาต” หรือ “คนที่บ้านกำลังจะประสบอุบัติเหตุ” เมื่อเหยื่อตกใจและขาดสติ ก็เข้าทางทันที
เสนอพิธีกรรมแก้เคล็ด/สะเดาะเคราะห์ (รีดไถเงิน): หลังจากสร้างความกลัว หมอดูจะเสนอตัวเป็นผู้ช่วย โดยอ้างว่าต้องทำพิธีต่อดวงชะตา บูชาเทพเจ้า หรือซื้อวัตถุมงคลราคาสูงลิ่ว โดยมักอ้างว่า "ต้องรีบทำตอนนี้ ไม่งั้นจะสายเกินไป"
เลี้ยงไข้และข่มขู่: หากเหยื่อเริ่มโอนเงินครั้งแรกแล้ว มิจฉาชีพจะบอกว่า “พิธียังไม่สมบูรณ์” หรือ “เคราะห์ใหญ่กว่าที่คิด ต้องโอนเพิ่ม” หากเหยื่อเริ่มไหวตัวทันและจะขอหยุด หมอดูจะใช้คำขู่ เช่น “ถ้าหยุดทำพิธีกลางคัน ของจะเข้าตัว หรือครอบครัวจะเป็นวิบัติ” จนเหยื่อยอมโอนเงินต่อเพราะความกลัว
เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในคราบนักบุญ ควรยึดหลักปฏิบัติเหล่านี้
ตั้งสติเมื่อถูกทักเรื่องร้าย: หมอดูที่ดีจะบอกแนวทางแก้ไขเพื่อให้ระวังตัว ไม่ใช่ชี้นำให้ทำพิธีราคาแพง หากถูกทักว่าจะมีคนตายหรือเคราะห์ร้าย ให้ตั้งสติและตระหนักไว้ก่อนเลยว่า "อาจเจอแก๊งต้มตุ๋น"
ไม่มีการโอนเงินเพื่อทำพิธีล่วงหน้า: พิธีกรรมที่ต้องใช้เงินหลักหมื่นหลักแสน โดยอ้างว่าจะคืนให้ทีหลัง หรือต้องโอนไปซื้อของทำพิธีที่มองไม่เห็น ให้ปฏิเสธทันที
เช็กประวัติและรีวิว: ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล หรือบัญชีธนาคารในเว็บไซต์เช็กคนโกง (เช่น Blacklistseller) ก่อนโอนเงินทุกครั้ง และดูรีวิวจากผู้ใช้งานจริงที่ไม่ใช่หน้าม้า
เก็บหลักฐาน: หากหลงโอนไปแล้ว ให้รีบแคปหน้าจอแชท สลิปโอนเงิน และโปรไฟล์ของหมอดูคนนั้นไว้ เพื่อนำไปแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชนทันที
เคสที่ 1: "ค่าครู 99 บาท สู่ยอดสูญเสียครึ่งล้าน" หญิงสาวรายหนึ่งเห็นโฆษณาดูดวงใน Facebook ค่าครูเพียง 99 บาท จึงลองทักไป หมอดูทักแม่นยำเรื่องอดีต (ซึ่งจริงๆ แอบส่องจากโปรไฟล์) ก่อนจะทักว่าดวงชะตากำลังมีเคราะห์หนัก ขอมูลค่าทำพิธีแก้กรรมครั้งแรก 5,000 บาท ต่อมาหมอดูอ้างว่าเจ้ากรรมนายเวรแรงมาก ต้องซื้อ "ทองคำ" มาทำพิธีหนุนดวง แล้วจะคืนให้หลังเสร็จพิธี เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินซื้อทองและค่าพิธีต่อเนื่องรวมกว่า 500,000 บาท สุดท้ายหมอดูบล็อกหนีหาย
เคสที่ 2: "ทำพิธีแก้กรรม ทำน้ำมันพรายเรียกสามี" มีปัญหาชีวิตคู่หลงเชื่อเพจหมอดูชื่อดังหลังทักดวงแม่นยำ ก่อนถูกหมอดูใช้จิตวิทยาความกลัวข่มขู่ว่าดวงตกหนักถึงขั้นเสียชีวิต เพื่อบังคับให้โอนเงินทำพิธีแก้กรรมต่อเนื่องนานหลายปี โดยที่เธอไม่เคยเจอตัวจริงและต้องโอนเงินผ่านบัญชีบุคคลอื่นรวม 5 บัญชี จนสูญเงินจากการกู้หนี้ยืมสินและหลอกลวงคนอื่นมารวมกว่า 40 ล้านบาท ทำให้เกิดความเครียดจัดจนเกือบคิดสั้น ก่อนจะตัดสินใจนำหลักฐานสลิปโอนเงินเข้าร้องเรียน ”
การดูดวงเป็นความเชื่อส่วนบุคคลและไม่ใช่สิ่งผิด แต่การใช้ความเชื่อมาเป็นเครื่องมือหลอกลวงให้โอนเงิน ถือเป็นกลโกงที่สร้างความเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือไม่ควรหลงเชื่อคำกล่าวอ้างที่สร้างความกลัวหรือรับประกันผลลัพธ์เกินจริง ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ และตัดสินใจด้วยเหตุผลทุกครั้งก่อนโอนเงิน เพราะ "สติ" คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการรับมือกับมิจฉาชีพออนไลน์