“ประเพณีปอยส่างลอง” หรือที่รู้จักกันในนาม "ประเพณีบวชลูกแก้ว" เป็นประเพณีบรรพชาสามเณรตามแบบฉบับของชาวไทยใหญ่ (ไต) ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในจังหวัดแม่ฮ่องสอน คำว่า "ปอย" แปลว่า งานฉลองหรือจัดงาน "ส่าง" หมายถึง พระหรือเณร และ "ลอง" มาจากคำว่า อลอง ที่แปลว่า กษัตริย์หรือเจ้าชาย เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึง "งานฉลองการบวชเณรของเจ้าชายตัวน้อย" ซึ่งเป็นประเพณีที่เต็มไปด้วยสีสัน ความศรัทธา และความงดงามทางวัฒนธรรมที่ไม่มีที่ใดเหมือน
ประเพณีปอยส่างลองมีคติความเชื่อสืบเนื่องมาจากพุทธประวัติ ตอนที่ "พระราหุล" ราชโอรสของเจ้าชายสิทธัตถะ (พระพุทธเจ้า) ทูลขอพระราชสัญญัติหรือทรัพย์สมบัติจากพระบิดา แต่พระพุทธองค์ทรงเห็นว่าทรัพย์สมบัติทางโลกไม่จีรังยั่งยืน จึงทรงประทานอริยทรัพย์ในทางธรรมด้วยการให้สัจจะและบรรพชาเป็นสามเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนา
ชาวไทยใหญ่จึงจำลองเหตุการณ์นี้ โดยแต่งกายให้เด็กชายที่จะบวชอย่างหรูหราอลังการเสมือนเป็นเจ้าชายตัวน้อย ก่อนที่จะสละทรัพย์สมบัติและความสุขทางโลกเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เพื่อศึกษาพระธรรมและทดแทนพระคุณบิดามารดา ซึ่งเชื่อกันว่าได้อานิสงส์แรงกล้ายิ่งนัก
งานปอยส่างลองส่วนใหญ่นิยมจัดอย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลา 3 วัน โดยมีกิจกรรมเด่นในแต่ละวันดังนี้:
เด็กชายที่จะบวชจะได้รับการโกนผมแต่จะไม่โกนคิ้ว (ตามแบบพม่าและไทใหญ่) จากนั้นจะถูกแต่งหน้าทาปากอย่างงดงาม สวมเสื้อผ้าไหมปักดิ้นเงินดิ้นทอง ใส่ชฎาหรือผ้าโพกศีรษะประดับดอกไม้สด และใส่เครื่องประดับอัญเชิญแพรวพราว เมื่อแต่งตัวเสร็จจะเรียกว่า "ส่างลอง"
สิ่งที่พิเศษคือ ตลอดทั้งงานส่างลองจะต้องไม่ให้เท้าแตะพื้นดินเด็ดขาด โดยจะมีพี่เลี้ยงหรือผู้ดูแลเรียกว่า "ตะแป่ส่างลอง" คอยให้ขี่คอหรืออุ้มพาไปศาสนสถานที่สำคัญเพื่อกราบขอขมาผู้ใหญ่และญาติมิตร
ถือเป็นไฮไลต์ที่ครึกครื้นและอลังการที่สุด จะมีการจัดขบวนแห่ส่างลองขี่คอตะแป่ไปรอบเมืองอย่างยิ่งใหญ่ ในขบวนจะประกอบด้วยเครื่องอัฐบริขาร จานอาหารคาวหวาน รวมถึง "ต้นตะเป่ซ่า" (พุ่มเงินพุ่มทอง) มีขบวนฟ้อนรำ กลองก้นยาว และดนตรีพื้นเมืองบรรเลงขับกล่อมอย่างสนุกสนาน ส่างลองจะโปรยทานและโยนขนมแจกจ่ายให้แก่ผู้มาร่วมงานตลอดเส้นทาง
เป็นวันสุดท้ายของพิธีกรรม ส่างลองทั้งหมดจะเดินทางไปยังวัดเพื่อทำพิธีบวช มีการกราบทูลขอรับศีลและเปลี่ยนจากชุดเจ้าชายอันหรูหรามาเป็น "ผ้าเหลือง" เพื่อเข้าสู้ร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนาอย่างเต็มตัว บรรยากาศในวันนี้จะเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและหยาดน้ำตาแห่งความปิติยินดีของพ่อแม่พี่น้อง
คุณค่าทางสังคม: ประเพณีปอยส่างลองไม่ได้เป็นเพียงการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นกุศโลบายที่หล่อหลอมให้เด็กๆ ในชุมชนได้ใกล้ชิดธรรมะ ได้ฝึกความอดทน และสร้างความสมัครสมานสามัคคีร่วมกันของคนในท้องถิ่น เพราะการจัดงานบวชลูกแก้วแต่ละครั้งต้องใช้พลังกาย พลังใจ และความร่วมมือจากคนทั้งหมู่บ้านในการต้อนรับและดูแลอย่างอบอุ่น