ช่วงเวลาจัดงาน: วันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี (ตรงกับวันลอยกระทงของภาคกลาง)
“ประเพณียี่เป็ง” หรือประเพณีเดือนยี่เป็ง เป็นประเพณีลอยกระทงตามแบบฉบับอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนาทางภาคเหนือของไทย คำว่า "ยี่" หมายถึง สอง และ "เป็ง" หมายถึง วันเพ็ญหรือพระจันทร์เต็มดวง รวมกันจึงหมายถึง ประเพณีในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนา (ซึ่งตรงกับเดือนสิบสองของปฏิทินไทยภาคกลาง) ในค่ำคืนนี้ ทั่วทั้งเมืองในแถบภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ จะถูกเนรมิตให้งดงามสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากโคมนับพันดวง
ชาวล้านนามีคติความเชื่อในการจัดประเพณียี่เป็งเพื่อบูชา "พระเกศแก้วจุฬามณี" ซึ่งเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระจุลามณีและพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ รวมถึงเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคาและการสะเดาะเคราะห์ลอยความทุกข์โศกให้พ้นไปจากตัว การจุดประทีปโคมไฟในประเพณีนี้เปรียบเสมือนการส่องแสงสว่างให้แก่มงคลชีวิต ส่งผลให้ผู้ทำบุญมีความเจริญรุ่งเรืองและมีสติปัญญาที่เฉียบแหลม
ประเพณียี่เป็งมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีความหมายลึกซึ้งในทุกๆ องค์ประกอบ:
การจุด "ผางประทีป": ชาวบ้านจะนำผางประทีป (ถ้วยดินเผาขนาดเล็กบรรจุขี้ผึ้งหรือน้ำมันและไส้เทียน) มาจุดบูชาตามซุ้มประตูบ้าน หน้าต่าง และรอบๆ พระอุโบสถของวัด เพื่อความเป็นสิริมงคลและแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
การแขวน "โคมล้านนา": มีการประดับตกแต่งบ้านเรือนและวัดวาอารามด้วยโคมรูปร่างต่างๆ ที่ทำจากกระดาษสาหรือผ้า เช่น โคมรังมดส้ม โคมกระบอก และโคมผัด ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญางานหัตถกรรมพื้นบ้าน
การปล่อย "โคมลอย" (โคมไฟ): ไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาคนทั่วโลก คือการจุดไฟที่รมควันร้อนให้โคมกระดาษใบใหญ่ลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน พร้อมกับการอธิษฐานจิต ปล่อยให้ความทุกข์โศกและสิ่งไม่ดีลอยหายไปในอากาศ เกิดเป็นภาพทิวทัศน์ดวงไฟระยิบระยับประดับนภา
การตั้งธัมม์หลวง (ฟังเทศน์มหาชาติ): นอกเหนือจากความรื่นเริงแล้ว ในตอนกลางวันชาวบ้านจะเข้าวัดสวดมนต์ ฟังเทศน์มหาชาติ และร่วมทำบุญตักบาตรเพื่อขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์
ประเพณียี่เป็งจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่งานเทศกาลลอยโคมไฟที่สวยงามตระการตา แต่เป็นสิ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณ ความศรัทธาอันเปี่ยมล้นในพระพุทธศาสนา และวิถีชีวิตอันอ่อนช้อยงดงามของชาวล้านนาที่ตราตรึงใจผู้มาเยือนเสมอมา