ช่วงเวลาจัดงาน: วันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 (ก่อนวันออกพรรษา 1 วัน)
“ประเพณีวิ่งควาย” เป็นประเพณีเก่าแก่และเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าร้อยปีของ จังหวัดชลบุรี จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการทำขวัญควายและให้ควายได้พักผ่อนหลังจากตรากตรำทำงานหนักในท้องนามาตลอดฤดูกาลปักดำ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสให้ชาวบ้านจากชุมชนต่างๆ ได้มาพบปะสังสรรค์ และเฉลิมฉลองร่วมกันก่อนวันออกพรรษา
ในอดีต "ควาย" คือเพื่อนแท้และเครื่องมือหลักในการทำเกษตรกรรมของคนไทย เมื่อถึงช่วงปลายฤดูฝนก่อนการเก็บเกี่ยว ชาวบ้านจะนำผลผลิตทางเกษตรใส่เกวียนมาขายและซื้อของป่าที่ตลาดในตัวเมืองชลบุรี โดยจะนำควายมาพักผ่อนและอาบน้ำรอบๆ สระใหญ่ในวัด (เช่น วัดใหญ่อินทาราม)
ด้วยความที่ชาวบ้านมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก จึงเกิดความคิดสนุกสนาน นำควายของตนมาวิ่งแข่งขันประชันฝีเท้ากัน จนกลายมาเป็นประเพณีสืบทอดกันมา นอกเหนือจากความสนุกสนานแล้ว ประเพณีนี้ยังแฝงไปด้วยความเชื่อที่ว่า หากปีใดไม่มีการจัดงานวิ่งควาย ควายในหมู่บ้านอาจเจ็บป่วยหรือเกิดโรคระบาดขึ้นได้ การจัดงานจึงเป็นการแสดงความกตัญญูและสะเดาะเคราะห์ให้แก่สัตว์เลี้ยงที่มีบุญคุณต่อชาวนา
งานประเพณีวิ่งควายชลบุรีเต็มไปด้วยบรรยากาศที่คึกคักและเสียงเชียร์ที่กึกก้องไปทั่วทั้งสนาม โดยมีกิจกรรมหลักที่น่าสนใจดังนี้:
การแข่งขันวิ่งควาย: ไฮไลต์เด็ดที่ทุกคนรอคอย แบ่งรุ่นการแข่งขันตามขนาดและอายุของควาย (เช่น รุ่นซุปเปอร์จิ๋ว รุ่นจิ๋ว รุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่) คนบังคับควายหรือ "จ๊อกกี้" จะต้องใช้ความเชี่ยวชาญอย่างสูงในการทรงตัวบนหลังควายเปล่าที่ไม่มีอาน และควบเร่งความเร็วเข้าสู่เส้นชัยท่ามกลางเสียงลุ้นระทึกของผู้ชม
การประกวดควายงามและควายตลกขบขัน: มีการนำควายมาแต่งตัวประกวด โดยถ้าเป็นควายงามจะเน้นผิวพรรณและโครงสร้างที่สมบูรณ์ ส่วนควายตลกขบขันจะถูกจับแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหลากสีสัน แต่งหน้าทาปาก หรือใส่เครื่องประดับแปลกๆ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้แก่ผู้ร่วมงาน
ขบวนแห่เกวียนกานต์: ขบวนแห่ตระการตาที่จำลองวิถีชีวิตชาวนา การตกแต่งเกวียนหรูหรา และเทพีสวมชุดไทยนั่งบนหลังควายร่วมเดินขบวนไปรอบเมือง
ประเพณีวิ่งควาย จังหวัดชลบุรี จึงไม่ใช่เพียงแค่เกมกีฬาท้องถิ่น แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตเกษตรกรไทย ความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง และสปิริตความสามัคคีที่ขับเคลื่อนชุมชนให้เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตทุกปีสืบไป