ช่วงเวลาจัดงาน: วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (หลังวันออกพรรษา 1 วัน ยามเช้า)
“ประเพณีตักบาตรเทโว” หรือเรียกชื่อเต็มว่า "ตักบาตรเทโวโรหณะ" เป็นประเพณีการทำบุญตักบาตรที่สำคัญยิ่งของพุทธศาสนิกชนชาวไทย คำว่า "เทโวโรหณะ" แปลว่า "การเสด็จลงจากเทวโลก" โดยประเพณีนี้จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์กลับสู่โลกมนุษย์ หลังจากที่ได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาเพื่อแสดงพระอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา
ตามคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนากล่าวว่า ในวันที่พระพุทธองค์เสด็จกลับลงมานั้น เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์ "เปิดโลก" (สวรรค์ มนุษย์ และภูมิอื่น ๆ สามารถมองเห็นกันได้) ประชาชนที่ทราบข่าวต่างพากันมารอรับเสด็จอย่างเนืองแน่นเพื่อร่วมทำบุญตักบาตร แต่เนื่องจากจำนวนผู้คนที่มีมากมายมหาศาล ทำให้หลายคนไม่สามารถเข้าถึงบาตรของพระพุทธองค์ได้ จึงได้เกิดการคิดค้น "ข้าวต้มลูกโยน" (ข้าวเหนียวห่อด้วยใบกะพ้อหรือใบเตยมีหางยาว) เพื่อใช้โยนใส่ลงไปในบาตรพระพุทธองค์จากระยะไกล ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของประเพณีนี้ในเวลาต่อมา
ในปัจจุบัน สถานที่จัดงานตักบาตรเทโวที่ได้รับความนิยมมักเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาหรือมีบันไดทอดยาวลงมาสู่พื้นล่าง เพื่อให้สอดคล้องและจำลองบรรยากาศเสมือนการเสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์ เช่น วัดสังกัสรัตนคีรี จังหวัดอุทัยธานี หรือวัดพระพุทธบาทภูพานคำ จังหวัดขอนแก่น เป็นต้น
ขบวนเสด็จจำลอง: ในพิธีจะมีการจัดขบวนแห่ นำโดยพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร (ปางเสด็จจากดาวดึงส์) ประดิษฐานบนบุษบก ตามด้วยผู้ที่แต่งกายเป็น "ท้าวสักกะเทวราช" (พระอินทร์), "ท้าวมหาพรหม" และเหล่าเทวดานางฟ้า เดินนำหน้าขบวนแถวของพระภิกษุสงฆ์และสามเณรที่เดินลงมาจากบันไดอย่างเป็นระเบียบ
การตักบาตรของประชาชน: พุทธศาสนิกชนจะแต่งกายด้วยชุดสุภาพเรียบร้อย มายืนเรียงแถวแผ่ขยายเป็นแนวยาวเพื่อรอตักบาตร ของที่นิยมนำมาใส่บาตรนอกจากจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่มแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ "ข้าวต้มลูกโยน" และ "ข้าวต้มมัด" เพื่อเป็นการสืบทอดคตินิยมแต่โบราณกาล
ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะจึงไม่ได้เป็นเพียงการทำบุญตามปกติทั่วไป แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดในการน้อมนำจิตใจของคนในชุมชนให้ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า เสริมสร้างความศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา และเป็นภาพสะท้อนแห่งความสามัคคีที่เปี่ยมไปด้วยความสงบอิ่มเอมใจของสังคมไทย