ในวาระครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเวียดนาม (6 สิงหาคม 2519 – 6 สิงหาคม 2569) ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศได้ก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากอดีตที่เคยมีความแตกต่างทางอุดมการณ์ในช่วงสงครามเย็น สู่การเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่แนบแน่นภายใต้แนวคิด “Growing Together” หรือ “เติบโตไปด้วยกัน”
การเยือนของ "โต เลิม" และการยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน
การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนาม เมื่อวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2026 ถือเป็นวาระสำคัญ เนื่องจากไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่เขาเดินทางเยือนหลังรับตำแหน่ง การเยือนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่เป็นการแสดงถึงเจตนารมณ์ร่วมกันของผู้นำทั้งสองประเทศในการสานต่อและยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีไทยและประธานาธิบดีเวียดนามได้ร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดตัวตราสัญลักษณ์ครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงมิตรภาพอันยาวนาน การเติบโตร่วมกัน และความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของไทยและเวียดนาม ผ่านการออกแบบเลข “5” ที่สื่อถึงความก้าวหน้าและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเลข “0” ที่สื่อถึงความมั่นคงและความเป็นเอกภาพ เพื่อนำพาทั้งสองประเทศก้าวสู่อนาคตร่วมกันอย่างยั่งยืน
ไทยและเวียดนาม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจและเอกสารความร่วมมือ จำนวน 4 ฉบับ
1. แผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย–เวียดนาม ปี 2569 – 2574 (Plan of Action on Implementing the Comprehensive Strategic Partnership between Thailand and Viet Nam 2026 – 2031)
2. การแลกหนังสือทางการทูตระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนาม เพื่อยืนยันว่าทั้งสองกระทรวงเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการดำเนินงานและการประสานความร่วมมือภายใต้ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน
(MRO Center) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) และ เวียตเจ็ท (VIETJET GROUP)
4. บันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และการจัดการปกครองแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สรุปประเด็นหารือเต็มคณะ (Plenary)
ทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมหารือเเบบเต็มคณะ ถึงประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านการเมืองและความมั่นคง
❋ ยกระดับความร่วมมือทางทหาร และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์/หลอกลวงออนไลน์ (Online Scam) และการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing)
❋ ย้ำหลักการไม่ยอมให้บุคคลใดใช้ดินแดนของอีกฝ่ายเคลื่อนไหวทางการเมือง และผลักดันสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนในกรอบอาเซียนอย่างจริงจัง
2. ด้านเศรษฐกิจและการเชื่อมโยง
เป้าหมายการค้า: ตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยเร็ว
ยุทธศาสตร์ “Three Connects” (3 เชื่อมโยง): เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่
❋ เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
❋ เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น
❋ เชื่อมโยงยุทธศาสตร์สีเขียว (ควบคู่กับความมั่นคงทางพลังงาน)
3. ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
❋ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ในเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เทคโนโลยีอวกาศ ดาวเทียม เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีการเกษตร
❋ บทบาทในภูมิภาค: ไทยเสนอให้ทั้งสองประเทศ (ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง) ร่วมกันเป็นแกนหลักขับเคลื่อนการพัฒนาในอนุภูมิภาคอย่างยั่งยืน