รู้จัก 'e-KYM' ระบบยืนยันตัวตนคนขาย ลดโกงออนไลน์

ในยุคที่การช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า KYC (Know Your Customer) หรือการยืนยันตัวตนลูกค้ากันจนชินหู แต่ในฝั่งของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม (Marketplace) หรือระบบชำระเงิน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือ e-KYM (Electronic Know Your Merchant)

e-KYM (Know Your Merchant) หรือ ระบบยืนยันตัวตนคนขาย คือแนวทางหรือระบบที่กำหนดให้ผู้ขายสินค้าและบริการออนไลน์ต้องทำการยืนยันตัวตนและเปิดเผยข้อมูลสำคัญก่อนเริ่มทำการค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) หรือโซเชียลมีเดีย (Social Media)  ระบบนี้ถูกนำเสนอโดยสภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) และได้รับการขานรับจากหน่วยงานรัฐอย่างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เท่าเทียมกัน

ประโยชน์ของระบบ e-KYM
การนำระบบ e-KYM มาใช้ส่งผลดีต่อทั้งผู้บริโภค ผู้ขาย และระบบเศรษฐกิจออนไลน์โดยรวม ดังนี้
      ลดปัญหาการฉ้อโกงออนไลน์: ช่วยป้องกันปัญหา "บัญชีม้า" และการเปิดเพจปลอมเพื่อหลอกลวง เนื่องจากคนขายที่มีเจตนาทุจริตจะไม่สามารถปิดร้านเดิมแล้วไปเปิดร้านใหม่ได้ง่าย ๆ หากมีการตรวจสอบตัวตนที่เข้มงวด
      สร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้: ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลของคนขายได้ก่อนตัดสินใจซื้อ เช่น ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ เพื่อให้มั่นใจว่าร้านค้ามีตัวตนจริง
      เพิ่มความเชื่อมั่นในการซื้อขาย: เมื่อร้านค้าผ่านการตรวจสอบและแสดงข้อมูลที่ชัดเจน จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าออนไลน์ ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น
      ความสะดวกในการติดตามเมื่อเกิดปัญหา: หากเกิดกรณีไม่ได้รับสินค้า สินค้าไม่ตรงปก หรือสินค้าชำรุด ระบบนี้จะช่วยให้สามารถระบุตัวตนและติดตามผู้ขายเพื่อดำเนินการแก้ไขหรือดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว

หลักการสำคัญของระบบ e-KYM
เพื่อให้ระบบการยืนยันตัวตนมีประสิทธิภาพ สภาผู้บริโภคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางหลักการสำคัญไว้ ดังนี้:
     1. การเปิดเผยและยืนยันตัวตน (Identity Disclosure & Verification): ผู้ขายทั้งในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลต้องแสดงข้อมูลสำคัญบนหน้าหลักของร้านค้า ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, ตำแหน่งร้านค้า, เบอร์โทรศัพท์ และบัญชีธนาคารที่ใช้รับเงิน  โดยแพลตฟอร์มต้องตรวจสอบเอกสาร เช่น บัตรประชาชนหรือหนังสือรับรองนิติบุคคลก่อนอนุญาตให้ขาย
     2. การลดโอกาสการหลอกลวง โดยแพลตฟอร์มต้องมีการตรวจสอบเอกสารและยืนยันตัวตนของคนขายก่อนอนุญาตให้เปิดร้านหรือจำหน่ายสินค้า
     3. การสร้างความเชื่อมั่นต่อคุณภาพสินค้า ร้านค้าต้องแสดงข้อมูลฉลากสินค้า ตรามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และตราสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลเพียงพอก่อนตัดสินใจ
     4. การเพิ่มความโปร่งใสด้านการเงิน ส่งเสริมให้มีการแยกระบบบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีที่ใช้สำหรับการค้าหรือบัญชีธุรกิจ เพื่อให้สามารถตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

e-KYM ไม่ใช่เรื่องของความยุ่งยากในการสมัครขายของ แต่มันคือ "เกราะป้องกัน" ที่ช่วยให้สังคมตลาดออนไลน์น่าอยู่และปลอดภัยขึ้น ทั้งสำหรับผู้ซื้อที่ได้ของชัวร์ และผู้ขายตัวจริงที่ต้องการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนบนความน่าเชื่อถือ

แหล่งข้อมูล สภาองค์กรของผู้บริโภค


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar