
กามนิต ถูกแต่งขึ้นโดย คาร์ล อดอล์ฟ เกลเลอร์รุป (Karl Gjellerup) นักเขียนชาวเดนมาร์ก (ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี 1917) แม้เขาจะไม่ใช่ชาวพุทธโดยกำเนิด แต่เขามีความเลื่อมใสในปรัชญาตะวันออกอย่างลึกซึ้ง จนสามารถถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้อย่างงดงาม
เนื้อเรื่องถูกแบ่งออกเป็น 2 ภาคใหญ่ๆ ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างชัดเจน:
ภาคบนดิน (ความรักและการแสวงหา): กามนิต บุตรเศรษฐีผู้เพียบพร้อม ได้พบรักกับ วาสิฏฐี สาวงามแห่งเมืองโกสัมพี ทั้งคู่ให้คำมั่นสัญญาต่อกันท่ามกลางดอกบัวบาน แต่โชคชะตาทำให้ต้องพลัดพราก กามนิตจึงออกเดินทางแสวงหาความหมายของชีวิตและหวังจะได้พบพระพุทธเจ้า
ภาคสวรรค์ (การเวียนว่ายในสังสารวัฏ): หลังจากกามนิตเสียชีวิต (โดยที่ยังไม่รู้ว่าชายแก่ที่เขานอนพักด้วยในโรงช่างหม้อคือพระพุทธเจ้า) เขาได้ไปอุบัติบนสวรรค์และพบกับวาสิฏฐีอีกครั้ง แต่ที่นี่เองที่เขาได้เรียนรู้ว่า "แม้แต่สวรรค์ก็ไม่เที่ยง" และต้องเผชิญกับความทุกข์ของการเปลี่ยนแปลงจนนำไปสู่ความหลุดพ้นที่แท้จริง
"ความรักคือเหตุแห่งทุกข์ แต่ก็เป็นบันไดขั้นแรกที่ทำให้มนุษย์เข้าใจความจริงของชีวิต"
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| ความงดงามทางภาษา | การพรรณนาฉากดอกบัว ฉากคืนเดือนหงาย และบรรยากาศเมืองอินเดียโบราณทำได้อย่างวิจิตร |
| การเปรียบเทียบ | ใช้ "ดอกบัว" และ "แสงดาว" เป็นสัญลักษณ์แทนความรักและการตื่นรู้ได้อย่างแยบคาย |
| หลักธรรม | นำเสนอเรื่อง อริยสัจ 4 และ ปฏิจจสมุปบาท ผ่านทางเดินชีวิตของตัวละคร ทำให้ไม่รู้สึกเหมือนอ่านตำรา |
บทความเรื่องกามนิตมักสรุปใจความสำคัญไว้ว่า ความสมหวังในรักไม่ใช่จุดสูงสุดของชีวิต แต่การเข้าใจธรรมชาติของความเปลี่ยนแปลง (อนิจจัง) ต่างหากที่จะพาเราไปสู่ความสงบที่แท้จริง กามนิตสอนให้เราเห็นว่า "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา" แม้จะอยู่ใกล้พระพุทธเจ้าเพียงเอื้อมมือ หากใจยังมืดบอดด้วยกิเลส ก็ไม่อาจมองเห็นความจริงได้