
พระราชนิพนธ์เล่มนี้เชื่อกันว่ารจนาโดย พญาลิไทย (พระมหาธรรมราชาที่ 1) แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อประมาณ พ.ศ. 1888 จุดประสงค์หลักไม่ใช่เพียงเพื่อแสดงพระปรีชาซาญในทางธรรม แต่ยังใช้เป็นเครื่องมือในการสั่งสอนศีลธรรมแก่ประชาชน โดยชี้ให้เห็นถึงกฎแห่งกรรม การเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิต่างๆ ตามผลบุญและบาปที่ได้กระทำไว้
บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจโครงสร้างของจักรวาลตามคติไตรภูมิ โดยเปรียบเทียบเนื้อหาในวรรณคดีเข้ากับ visual ที่ปรากฏในภาพจิตรกรรมจำลองผังจักรวาลที่คุณได้เห็น
คำว่า "ไตรภูมิ" แปลว่า "สามโลก" ในวรรณคดีได้พรรณนาถึงจักรวาลที่มีศูนย์กลางคือ เขาพระสุเมรุ และแบ่งโลกออกเป็น 3 ระดับใหญ่ๆ ตามระดับจิตและกรรมของสัตว์โลก ดังนี้:
นี่คือภูมิที่เราคุ้นเคยที่สุด เพราะรวมถึงโลกมนุษย์ด้วย กามภูมิแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ:
สุคติภูมิ (ฝ่ายดี): ได้แก่
มนุสสภูมิ: โลกของมนุษย์
ฉกามาพจรสวรรค์: สวรรค์ 6 ชั้น ตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกาไปจนถึงชั้นปรนิมมิตวสวัตดี
อบายภูมิ หรือ ทุคติภูมิ (ฝ่ายไม่ดี): ที่ที่สัตว์ไปเกิดเมื่อทำบาป ได้แก่ นรก, เปรต, อสุรกาย, และสัตว์เดรัจฉาน
เป็นที่อยู่ของ "รูปพรหม" ผู้ที่ได้เจริญสมาธิจนบรรลุรูปฌาน มีร่างกายที่ละเอียดสวยงาม ไม่มีเพศ ไม่กินอาหาร (มีสุขเป็นอาหาร) แบ่งเป็น 16 ชั้น
เป็นภูมิสูงสุด มีเพียงจิตและเจตสิก ไม่มีร่างกาย เป็นที่อยู่ของ "อรูปพรหม" ผู้บรรลุอรูปฌานขั้นสูงสุด มี 4 ชั้น
ภาพที่คุณได้รับคือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของการนำเนื้อหาที่ซับซ้อนใน ไตรภูมิพระร่วง มาถ่ายทอดเป็นงานศิลปะ เรามาดูกันว่าแต่ละส่วนในภาพสอดคล้องกับวรรณคดีอย่างไร:
ภาพนี้วางผังจักรวาลอย่างชัดเจน โดยมี เขาพระสุเมรุ (Mout Merun) เป็นแกนกลางสีทองอร่าม ที่เชิงเขาด้านล่างล้อมรอบด้วย เขาสัตตบริภัณฑ์ (Sithar Ocean) 7 ชั้น สลับกับมหาสมุทรสีทันดร
ทวีปทั้ง 4: ในวรรณคดีระบุว่ามี 4 ทวีปล้อมรอบเขาพระสุเมรุ ในภาพด้านขวาคือ ชมพูทวีป (Jambudvipa) ซึ่งเป็นทวีปที่มนุษย์อาศัยอยู่ โดยมีป้ายกำกับชัดเจน แสดงภาพบ้านเรือน วัฒนธรรม และพระราชวัง
หิมพานต์ (Himavanta): พื้นที่รอบๆ เชิงเขาพระสุเมรุคือป่าหิมพานต์ แหล่งรวมสัตว์แปลกประหลาดตามตำนาน
ส่วนล่างสุดของภาพคือดินแดนแห่งความทุกข์ระทม:
นรกภูมิ: ปรากฏภาพเปลวไฟอันร้อนแรง สัตว์นรกที่กำลังถูกลงทัณฑ์โดยนายนิรยบาล มีป้าย "อบายภูมิ 4" และ "นรกภูมิ" กำกับ
เปรตภูมิ (Preta): ด้านซ้ายล่าง แสดงภาพของ "เปรต" ร่างกายผอมโซ มีป้ายกำกับชัดเจน เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่โลภมาก
ส่วนบนสุดคือดินแดนแห่งความสุขที่อยู่สูงกว่าเขาพระสุเมรุ:
ฉกามาพจรสวรรค์ 6: ทางด้านขวาบน คือสวรรค์ชั้นต่างๆ ที่มีวิมานและเทวดาอาศัยอยู่ มีป้าย "ฉกามาพจรสวรรค์ 6" กำกับ
รูปภูมิ และ อรูปภูมิ: ด้านซ้ายบน แสดงภาพพรหมนั่งสมาธิอย่างสงบ มีป้าย "รูปภูมิ" กำกับชั้นต่างๆ และที่สูงสุดคือ "อรูปภูมิ" ซึ่งแสดงเป็นดวงแก้วหลากสีโดยไม่มีร่างกายพรหม สอดคล้องตามคำบรรยายในวรรณคดีเป๊ะ
ไตรภูมิพระร่วงไม่ได้เป็นเพียงวรรณคดีที่บอกเล่าเรื่องราวแฟนตาซี แต่เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการควบคุมสังคมในสมัยโบราณ
สร้างความเกรงกลัวต่อบาป: ภาพอันน่าสยดสยองของนรกทำให้คนไม่กล้าทำชั่ว
สร้างความหวังและกำลังใจ: ภาพความสุขบนสวรรค์และมนุษย์โลกทำให้คนเพียรทำความดี
สอนสัจธรรม: ชี้ให้เห็นถึงความไม่เที่ยงแท้ของทุกสรรพสิ่ง แม้แต่เทวดาก็ยังต้องจุติ (ตาย) เพื่อไปเกิดใหม่ตราบใดที่ยังไม่บรรลุนิพพาน